ข่มไว้
แต่ด้านหนึ่งถูกสะกดไว้ อีกด้านหนึ่งไม่สามารถระงับไว้ได้ น้ำศักดิ์สิทธิ์ทําได้เพียงสะกดข่มจิตสังหารกระหายเลือดเท่านั้น แต่ไม่สามารถระงับความปรารถนาในก้นบึ้งจิตใจของจิ่วเยี่ยได้
ลมหายใจของมู่เฉียนซีกัดกร่อนลงอย่างรุนแรง นางรู้สึกว่าหัวของนางว่างเปล่าในพริบตา
หลังจากสงครามครั้งใหญ่ นางยังไม่ยอมแพ้เพียงเท่านั้น เพื่อจิ่วเยี่ยนางปรุงยาเพิ่ม ณ เวลานี้เมื่อต้องเจอกับจิ่วเยี่ยอันน่าสะพรึงกลัว นางยังต้องมาพบว่านางขยับนิ้วไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
เมื่อขยับไม่ได้ ก็ทําได้เพียงให้จิ่วเยี่ยทำตามอำเภอใจอย่างบ้าคลั่งและหยิ่งยโส เขาไม่ให้นางเหลือเรี่ยวแรงปฏิเสธอันใดเลย
นิ้วเรียวยาวเลื่อนลงจากลําคอของมู่เฉียนซี ทันใดนั้น…
— แควก! —
เสื้อผ้าของมู่เฉียนซีถูกจิ่วเยี่ยฉีกเป็นชิ้น ๆ! จื่อโยวที่ลอบยืนอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงนี้พลันรู้สึกตื่นเต้นอย่างผิดปกติ ‘เริ่มแล้วสิ… ในที่สุดก็จะเริ่มแล้ว เยี่ยเองก็มีวันนี้ที่ได้ออกเดินทางเหมือนกัน เพื่อที่จะมิให้เรื่องมันขาดตอนจบลงแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ข้าจื่อโยวผู้เป็นสหายที่แสนดีของเยี่ยจะต้องอยู่ตรงนี้ต่อไป ถึงตนเองนั้นอาจจะลำบากสักหน่อย แต่เพื่อที่จะได้คอยเป็นผู้ชี้แนะความเป็นผู้ชำนาญให้แก่เยี่ย’
ทว่าทันทีที่เขามีความคิดเช่นนี้ พลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกถึงกระดูกที่พุ่งตรงมาทางเขา จื่อโยวยิ้มอย่างเขินอายทันทีพลางพึมพํา “เยี่ย! เจ้าไม่เคยเข้าใจความหวัง