ยแล้วกล่าวว่า “อันที่จริง เจ้าใช้ปากต่อปากป้อนเขาก็ได้นะ”
ใบหน้าของมู่เฉียนซีแดงซ่าน ร่างก็แข็งทื่อขณะที่จื่อโยวยังคงกล่าวต่อไปว่า “สาวน้อย การช่วยชีวิตคนสําคัญกว่า อย่ากระดากอายไปเลย ไม่ต้องเขินต้องอาย ข้าจะไม่ลอบดูพวกเจ้าแน่นอน เชื่อข้าได้เลย”
เงาร่างสีเขียวพุ่งออกไป จื่อโยวหายไปจากอากาศตรงหน้ามู่เฉียนซี
เขาขี้เกียจช่วยนางดูแลจิ่วเยี่ยหรือไม่ ด้วยความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีในเวลานี้ นางก็ไม่อาจรู้สึกได้
มู่เฉียนซีกัดฟันพลางคิดกับตัวเอง ‘ในเมื่อจื่อโยวกล่าวมาเช่นนั้นแล้ว คงไม่แคล้วเหลือเพียงวิธีนี้วิธีเดียว’
มู่เฉียนซีเทน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งขวดลงในปากของตัวเอง จากนั้นก็ก้มหัวลงจับที่ท้ายทอยของจิ่วเยี่ยและแนบริมฝีปากนางเข้ากับริมฝีปากของเขา
นางดุนฟันที่ขบกันสนิทของเขาให้อ้ากว้างและดันน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้าไปให้จิ่วเยี่ยกลืน ทว่าทันใดนั้น จิ่วเยี่ยที่สลบไสลอยู่ก็ลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความโหดเหี้ยมดุจสัตว์ป่ากระหายเลือด เขามองจ้องมู่เฉียนซี
ทันใดนั้นก็เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงปากต่อปาก จิ่วเยี่ยยับยั้งนางไว้ เขาพยายามอย่างสุดกําลังเพื่อปล้นชิงลมหายใจของมู่เฉียนซี
มีหรือนางจะยอมแพ้ ไหน ๆ ก็ยอมลำบากมาถึงขั้นนี้แล้ว มู่เฉียนซีนางไม่สามารถถอยกลับได้ จำต้องดันเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเข้าไปในปากของจิ่วเยี่ย
น้ำศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะช่วยได้ จิตสังหารกระหายเลือดถูกสะกด