ๆ รูปสัญลักษณ์สีดําเป็นลวดลายขดคล้ายเถาวัลย์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
— แกร๊ก! —
หน้ากากหลุดออกมา ใบหน้างดงามไร้ที่ติถูกปกคลุมไปด้วยลวดลายสีดํา เวลานี้จิ่วเยี่ยแม้แต่จะยืนก็ยังยาก มู่เฉียนซีรีบเข้าไปประคองเข้าไว้พลางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ?!”
จิ่วเยี่ยเอนตัวพิงร่างของมู่เฉียนซีก่อนจะกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งอ่อนแรง “ซี พาข้าไปที่เขาชิงซาน ทะเลสาบเยาเยี่ย ที่นั่นมีค่ายกลที่สามารถยับยั้งคําสาปของข้าได้”
“ได้” มู่เฉียนซีรีบกล่าวพลางพยักหน้า นางรีบพาจิ่วเยี่ยไปที่ทะเลสาบเยาเยี่ยอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดก็มาถึงทะเลสาบเยาเยี่ย จิ่วเยี่ยพุ่งออกไป จมร่างลงไปในน้ำของทะเลสาบเยาเยี่ยไม่รอช้า
ทะเลสาบเยาเยี่ยที่สงบนิ่งพลันกลายเป็นคลื่นโหมกระหน่ำ
“จิ่วเยี่ย เจ้าต้องไม่เป็นไร…” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงเบา อันที่จริงนางก็ปฏิเสธใจตนเองมิได้ว่าเป็นห่วงเขาอยู่
ในตอนนั้นเอง ร่างสีเขียวปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซี
คนผู้นี้มีเสน่ห์อย่างหาที่เปรียบมิได้ เสื้อคลุมสีเขียวมรกตห่อหุ้มร่างสูงเพรียวเรียวยาวของเขาไว้ คิ้วของเขาดูราวกับคิ้วเทพในภาพวาด ดวงตาของเขามีเสน่ห์ ผิวเนียนคล้ายหยกขาวที่ขาวราวกับไขมันแกะ ความงดงามสามารถล่อลวงทุกผู้คนในโลกได้ จื่อโยวนั่นเอง
เขากล่าวอย่างเกียจคร้าน “ข้าอยู่กับหญิงงามมาสักพักหนึ่ง แล้วเกิดอะไรขึ้นในแคว้นจื่อเยี่ยดินแดนแห่งการต่อสู้นี้ ? ปล่อยให้เยี่ยปลดปล่อยพลังที่แข็งแ