เหล่าผู้เฒ่าของสำนักอวิ๋นเยียนกล่าวขึ้นอย่างตระหนกตกใจระคนหวาดกลัว “คุณหนูสาม รีบถอยก่อนเถอะนะขอรับ บุรุษผู้นี้อันตรายและแข็งแกร่งยิ่งนัก เรามิใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยขอรับ”
ถึงแม้ว่าระดับจักรพรรดิแห่งภูตจะสกัดกั้นพลังนั้นของจิ่วเยี่ยออกไปได้ แต่ก็มิใช่สิ่งที่ควรจะรับมือเฉกเช่นคนธรรมดาทั่วไป ภายในชั่วพริบตาเดียวจิ่วเยี่ยและทหารโครงกระดูกโลหิตของเขาทำให้เหล่าบรรดาผู้เฒ่าเหล่านี้รู้สึกเหมือนตนเองเป็นแมลงเม่าที่กำลังบินเข้ากองไฟก็มิปาน
อวิ๋นฮุ่ย นางยอมแล้ว เมื่อเผชิญสถานการณ์จนตรอกเช่นนี้ก็จำต้องรีบหนีไปด้วยใบหน้าซีดเซียวสภาพโทรม นางเรียกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาและรีบบินหนีไปในทันที
ทว่านางยังมิวายตะโกนอยู่บนท้องฟ้าว่า “มู่อวู่ซวง จากนี้ไปครึ่งปี หากเจ้าไม่ไปงานวันเกิดท่านพี่ข้า ต่อให้มีหมอปีศาจหรือบุรุษผู้นี้ปกป้องอยู่ สำนักอวิ๋นเยียนก็ไม่มีวันยอมปล่อยเจ้ากับตระกูลมู่ไปเป็นแน่”
มู่เฉียนซีมองร่างสีเหลืองบนท้องฟ้าพลางกล่าว “อวิ๋นฮุ่ย ฝากไปบอกท่านพี่ที่น่ารังเกียจของเจ้าด้วยว่าวันเกิดท่านพี่เจ้า ข้ามู่เฉียนซีจะทำให้นางต้องชดใช้อย่างหนักอย่างหนักเลยคอยดู”
— ตูม! ตูม! ตูม! —
อวิ๋นฮุ่ยนั่งบนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์บินหนีไป แต่ท่านผู้เฒ่าที่มีพลังระดับจักรพรรดิของสำนักอวิ๋นฮุ่ยสิบกว่าคนต้องถูกพลังทำลายล้างของจิ่วเยี่ยสังหารสิ้นชีพเพื่อปกป้องนาง
ร่างของผู้เฒ่าเหล่านั้นกลายเป็นโครงกระดูกขาวและอันตรธาน