แล้ว ข้าก็จะไม่แตะต้องแม่สาวน้อยผู้นี้ก็ได้ แต่มู่อวู่ซวงข้าจำเป็นต้องเอาตัวไป”
มู่เฉียนซีโกรธจัด ใบหน้านางแดงก่ำ “เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด!”
มู่เฉียนซีสื่อสารกับอาถิงทางจิต ถามเขาว่า “อาถิง พลังของเจ้าตอนนี้แข็งแกร่งเท่าไหนหรือ ?”
“ข้าเสียพลังไปมากกับการควบคุมพิษในร่างท่านอาของเจ้า เวลานี้ความแข็งแกร่งของข้ามีมากพอให้รับมือได้แค่คนเดียวเท่านั้น”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ ?” มู่เฉียนซีตกใจเล็กน้อย
“ไม่มีทางอื่นแล้ว ดูว่าจะทำให้พวกมันยอมถอยไปได้หรือไม่ หากพวกมันไม่ยอมถอย ข้าจะสกัดกั้นพวกมันเอาไว้ ส่วนเจ้ารีบพาท่านอาหนีไปให้เร็วที่สุด!”
“ได้! เช่นนั้นเจ้าก็ระวังตัวด้วย”
อาถิงกล่าว “พวกเจ้าบังอาจยิ่งนักที่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้ออกมา พวกเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะทำให้พวกเจ้าหายไปจากโลกนี้รึ ?!”
อวิ๋นฮุ่ย “เหอะ ต่อให้เจ้าเป็นถึงนักปรุงยาระดับสูง อย่างมากพลังของเจ้าก็คงเป็นแค่จักรพรรดิแห่งภูติระดับเก้า เจ้าคิดว่ามีเจ้าอยู่ในเวลานี้แล้วพวกข้าจะไม่กล้าลงมือเช่นนั้นรึ ? ฝันกลางวันแล้ว!”
“ลงมือ!”
ท่านผู้เฒ่าคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า “คุณหนูสาม แต่นี่เป็นถึงนักปรุงยาระดับสูงเลยนะขอรับ หากว่า…”
“นักปรุงยาระดับสูงรึ ? จับตัวเขาไปด้วยเลยแล้วกัน เอาไปเป็นนักปรุงยาประจำสำนักอวิ๋นเยียนเรา จะได้ทำให้สำนักอวิ๋นเยียนของเราแข็งแกร่งขึ้น อีกประการหนึ่ง หนุ่มน้อยผู้นี้รูปงามยิ่งนัก ข้าถูกใจ”
อาถิงเห็นสายตาเช่นนี้ของอวิ๋นฮุ่ยก็รู้ส