ึกโกรธในใจ เขามิอาจฝืนทนจึงตะโกนออกมาอย่างกราดเกรี้ยว “พวกเจ้ารนหาที่ตายแล้ว!”
ขณะที่พวกเขากำลังจะเผชิญหน้าต่อสู้กัน ทันใดนั้นกลิ่นอายเย็นยะเยือกก็พัดเข้ามา ภายในชั่วพริบตาเดียว บริเวณรอบ ๆ ถูกล้อมไปด้วยทหารโครงกระดูกโลหิต
บุรุษชุดดำปรากฏร่างขึ้นข้าง ๆ มู่เฉียนซี
จิ่วเยี่ย… ในที่สุดเขามาจนได้!
ดวงตาสีฟ้าที่เย็นยะเยือกคู่นั้นจ้องมองอาถิง เมื่อเห็นอาถิงลงมือปกป้องสตรีของตน จิ่วเยี่ยถึงกับทนไม่ไหวตัดสินใจอย่างเด็ดขาดลงมือด้วยตัวเอง
สตรีของเขา เขาปกป้องเองได้มิต้องให้ผู้ใดมายุ่มย่าม!
อวิ๋นฮุ่ยเห็นจิ่วเยี่ยพลันนึกฉงนสงสัย นางขมวดคิ้ว กล่าวถาม “เจ้าเป็นใครกัน ? เหตุใดถึงกล้ามาแกล้งหลอกผีต่อหน้าข้าเช่นนี้ ?”
ทันใดนั้นกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายไปทั่วบริเวณ จักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้ารีบสกัดพลังนั้นออกไปและรีบรุดเข้าขวางหน้าอวิ๋นฮุ่ยเอาไว้ “คุณหนูสาม รีบถอยก่อนเถอะขอรับ บุรุษผู้มาใหม่นี้อันตรายมาก”
— ปัง! —
ทันใดนั้นร่างของจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าผู้นั้นกลายเป็นโครงกระดูกสีขาวในบัดดล และโครงกระดูกนั้นก็อันตรธานไปต่อหน้าต่อตาอวิ๋นฮุ่ยในชั่วพริบตาเดียว
ใบหน้าของอวินฮุ่ยซีดขาวราวกระดาษ นางกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวจับใจ นี่มันเป็นไปได้อย่างไร ?!
“อ๊าาาา!”
เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! ใต้หล้านี้จะมีบุคคลที่น่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไร ?
.