่อวู่ซวงสามารถทําให้ผู้คนในทวีปหิมะหวาดกลัวจนตายได้
น่าเสียดายที่ถึงแม้ดวงตาของเขาเหมือนจะหายดีแล้ว แต่ขาทั้งสองข้างก็พิการเสียจนไม่อาจพิการไปมากกว่านี้ได้อีก
อวิ๋นฮุ่ยกล่าวขึ้น เสียงของนางเย็นชาเต็มที่ “ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ของเจ้าจะยอดเยี่ยม แต่ถ้าหากว่าล่วงเกินสำนักอวิ๋นเยียนของเรา ก็จะไม่ได้พบจุดจบที่ดี เจ้าควรรับบัตรเชิญไว้จะเป็นการดีที่สุด มิเช่นนั้นเจ้าและตระกูลของเจ้าจะไม่มีใครได้พบจุดจบที่ดีแน่”
เหล่าบรรดาผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านข้างอวิ๋นฮุ่ย แผ่กลิ่นอายอันน่าสพรึงกลัวออกมา เวลาครึ่งปีอาจเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย รับเอาไว้ก่อน ยามที่พวกมันไปแล้วค่อยว่ากัน จะมาทำให้ซีเอ๋อร์ลำบากไปด้วยไม่ได้
ขณะที่มู่อวู่ซวงตัดสินใจประนีประนอม เงาร่างสีม่วงปรากฏขึ้นมาขวางหน้ามู่อวู่ซวงอย่างฉับพลัน มู่เฉียนซีนางมองออกว่าอาเล็กของตนนั้นคิดเพียงแค่จะประณีประนอมชั่วคราว โดยปกติแล้วท่านอาของนางเป็นคนหยิ่งยโสอย่างมาก
แต่ก่อนไม่ว่าคุณหนูใหญ่แห่งสำนักอวิ๋นเยียนจะทรมานเขามากเพียงใด เขาก็ไม่ยอมประณีประนอม แต่มาวันนี้เขากลับยอมประณีประนอมก็เพราะว่าเห็นแก่หลานสาวอย่างนาง
เขาประนีประนอมเพราะนาง!
ไม่ว่าสถานการณ์ในวันนี้จะเป็นอันตรายต่อพวกเขามากน้อยเพียงใด มู่เฉียนซีก็ไม่ต้องการให้อาเล็กของนางถูกฝ่ายอธรรมเล่นงาน และแม้ว่าสถานการณ์สำหรับพวกเขา ณ เวลานี้จะเสียเปรียบเพียงใด มู่เฉียนซีก็ไม่อยากให้ท่านอาเล็กของนางถูก