หมิ่นเกียรติ
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย “บัตรเชิญนี้ข้าจะรับไว้เอง”
อวิ๋นฮุ่ยมองตรงไปที่หญิงสาวชุดม่วงผู้นี้ นางงดงามเสียจนไม่เข้าท่า ดู ๆ แล้วนางเป็นผู้อายุน้อยอยู่แท้ ๆ แต่กลับงดงามเสียยิ่งกว่าพี่สาวของนางที่เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งทวีปเซี่ยโจว ช่างต่างระดับทิ้งห่างกันไกลนัก
ดวงตาอวิ๋นฮุ่ยฉายแววริษยาออกมา “เจ้าเป็นใครรึสาวน้อย ? ข้าสนทนาอยู่กับมู่อวู่ซวง ไม่มีที่ให้เจ้าเข้ามาสอดปากสอดคำ!”
มู่เฉียนซีกล่าวเสียงเย็น “ข้าเป็นหลานสาวของท่านอา เป็นญาติที่สนิทที่สุด ยังจะไม่มีที่ให้ข้าเข้ามาเอ่ยวาจาอีกหรือ ?”
กล่าวจบหยิบบัตรเชิญมาและฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เมื่อนางโยนมันออกจากมือ เศษกระดาษพวกนั้นถูกโยนไปกระทบบนใบหน้าของอวิ๋นฮุ่ย
อวิ๋นฮุ่ยมองเศษกระดาษที่ร่วงหล่นลงมาตรงหน้า นางโกรธจนใบหน้าบูดเบี้ยว กล่าวว่า “เจ้าช่างกล้านัก ริอ่านฉีกบัตรเชิญของสำนักอีชิงทิ้ง”
ดวงตามู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือกอย่างที่สุด นางกล่าวขึ้นด้วยเสียงขรึมเข้ม แววตาท้าทายไม่ปกปิด “เจ้ามีนามว่าอวิ๋นฮุ่ยใช่หรือไม่ ?! จงกลับไปบอกพี่สาวผู้นั้นของเจ้าเสียด้วยว่างานวันเกิดของนางหลังจากนี้ครึ่งปี ต่อให้ข้าไม่มีบัตรเชิญข้าก็จะไป ความเจ็บปวดทรมานที่นางมอบให้ท่านอาของข้า ข้าจะมอบคืนให้แก่นางเป็นพันเท่าหมื่นเท่า”
จะเอาคืนเป็นพันเท่าหมื่นเท่า… มู่เฉียนซีเด็ดขาดอย่างยิ่ง
หญิงสาวชุดม่วงที่อยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหา