ทุกคนล้วนแต่รู้อยู่แล้วว่าอีกเรื่องหนึ่งที่ว่า ก็คือเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาท
เมื่อมองไปที่เหล่าเชื้อพระวงศ์และองค์ชาย นอกจากซวนหยวนหลี่เทียนก็ไม่มีผู้ใดโดดเด่นเลย มิหนำซ้ำองค์ชายพระองค์อื่นยังคงเป็นผู้หลบหนีความผิดอยู่
โอวหยางหว่านเปล่งเสียงดังก้อง นางประกาศออกมาว่า… “ราชสำนักขอประกาศให้รู้ถ้วนทั่วกันบัดเดี๋ยวนี้ว่า… ผู้ที่จะสืบทอดบัลลังก์คนต่อไปนั่นก็คือ มู่เฉียนซีแห่งตระกูลมู่”
เสียงที่ดังก้องของนาง ราวกับเสียงสายฟ้าฟาดลงกลางเส้นประสาทรับความรู้สึกของทุกผู้คน พวกเขาตกใจไปตาม ๆ กัน ในขณะนั้นมีคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน “เป็นไปได้อย่างไร ? เป็นท่านผู้นำตระกูลมู่ได้อย่างไรกัน ?”
“ต้องเป็นเรื่องสับสนเป็นแน่ เหตุใดถึงเป็นท่านผู้นำตระกูลมู่ ?”
“ใช่…”
เดิมทีที่ซวนหยวนจือสละราชบัลลังก์ให้กับฮองเฮาก็ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดอยู่แล้ว ใครเล่าจะคิดว่าองค์จักรพรรดินีที่เพิ่งขึ้นครองราชย์กลับมาประกาศว่าองค์รัชทายาทคือมู่เฉียนซีแห่งตระกูลมู่
หรือว่าพวกนาง…?
สตรีทั้งสองนางนี้ แน่นอนว่าเป็นสตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นจื่อเยี่ย
ทว่าผู้นำตระกูลมู่ นางไม่เหมือนกับองค์จักรพรรดินี องค์จักรพรรดินีมีกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวอย่างยิ่ง ในขณะที่ผู้นำตระกูลมู่ ถึงแม้ว่านางจะเป็นสตรีที่ชอบทำตัวตามอำเภอใจ แต่นางก็มิใช่คนไร้เหตุไร้ผล นางไม่ทำอะไรใครก่อนตราบใดที่ไม่ไปยั่วยุนาง
จักรพรรดินีโอวหยา