งหว่านกล่าว “ทุกคนอาจจะสงสัยว่าเหตุใดข้าถึงให้มู่เฉียนซีเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์มังกรต่อจากข้า นั่นก็เป็นเพราะว่าซีเอ๋อร์เป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของข้ากับเฟิงอวิ๋น”
เวลานี้ดวงตาโอวหยางหว่านพร่ามัว ราวกับว่าตกอยู่ในห้วงภาพลวงตาที่พระองค์สร้างขึ้นมาเอง
“โอ้สวรรค์โปรดช่วยบอกด้วย! เป็นไปได้อย่างไรกันนี่ ?!”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ไม่…”
ความตระหนกตกตื่นแล่นเข้าครอบงำจิตใจผู้คนทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่จักรพรรดินีกล่าว ทว่าซวนหยวนจือที่เป็นเหมือนขันทีในเวลานี้ เขาไม่โกรธแต่อย่างใด กลับมีรอยยิ้มอย่างเบิกบานใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้ใดจะทนก็ทนไป หากแต่มีคนหนึ่งที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้นเสียงเย็นชากล่าวขึ้นอย่างรุ่มร้อน “โอวหยางหว่าน ท่านอย่าได้พูดจาส่งเดช! ข้าไม่ได้เป็นอะไรกับท่าน!”
ร่างสตรีชุดม่วงยืนขึ้นบนขั้นบันไดแท่นบูชา นางจ้องมองไปที่จักรพรรดินีชุดดำด้วยสายตาอาบยาพิษ ขณะนั้นทั้งสองก็ได้สบตากัน ในที่สุดสตรีผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งแคว้นจื่อเยี่ยก็ได้เผชิญกันซึ่ง ๆ หน้า
โอวหยางหว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “ซีเอ๋อร์ อย่าก่อเรื่องสิ เรื่องราวเหล่านี้ข้ามิได้ตั้งใจจะปิดบัง วันนี้ฐานะที่แท้จริงของเจ้าได้เปิดเผยขึ้นแล้ว ข้าจะชดเชยให้เจ้าเอง”
มู่เฉียนซีใบหน้าบึ้งตึง น้ำเสียงเย็นชาเปล่งออกมา “อย่าทำให้ข้ารังเกียจมากไปกว่านี้เลย ท่านแม่ของข้าไม่ใช่ท่านเด็ดขาด ท่านแม่ของข้าเป็นคนที่ท่านพ่อของข