กปิ่นปักผมสีดำหมึกนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง ด้านบนเป็นลวดลายของดอกพลับพลึงสีแดงสด ดูเหมาะกับอารมณ์ของจิ่วเยี่ยเป็นอย่างมาก
เมื่อจิ่วเยี่ยได้ยินว่ามู่เฉียนซีเป็นคนทำขึ้นมาเองกับมือ มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขายื่นมือไปรับปิ่นปักผมจากมือนาง และกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าจะรับไว้”
มู่เฉียนซี “แล้ว… แล้วของข้าล่ะ ?”
“ไม่ให้”
“เจ้า… เหตุใดเจ้าถึงเป็นเช่นนี้ เจ้ารับปิ่นนี่ไปแล้วก็เอาอันเก่าของข้าคืนมาให้ข้าสิ”
“ไม่คืน”
มู่เฉียนซียื่นมือไปแย่งปิ่นนั้นมา เป็นครั้งแรกที่นางทำท่าทางกระจองอแง “อ๊า! เช่นนั้นเจ้าก็เอาอันนี้กลับมาให้ข้าเลย ข้าไม่ให้เจ้าแล้ว”
ซวนหยวนจิ่วเยี่ยเอียงตัวเบี่ยงไปด้านข้าง ทำให้มู่เฉียนซีที่กระโดดแย่งปิ่นเกือบจะล้มลง แต่ถึงอย่างไรมืออันเรียวยาวของจิ่วเยี่ยว่องไวนัก เขาคว้าเอวของนางเอาไว้ทัน …เอวอันบอบบางถูกจิ่วเยี่ยคว้าเอาไว้ ร่างของนางอยู่ในอ้อมกอด
“ฮืม…”
ฉับพลันทันใดริมฝีปากของเขากดประกบลงบนริมฝีปากของนางจนนางร้องเสียงอู้อี้ออกมา
สตรีผู้นี้ดื้อรั้นยิ่งนัก ให้ของเขาแล้วกลับจะมาทวงของคืนเสียอย่างนั้น ทำอย่างนี้ได้อย่างไร ?
“อื้อ… อืมมมม…” มู่เฉียนซีพยายามจะผลักจิ่วเยี่ยออก แต่ร่างของจิ่วเยี่ยนั้นแข็งดั่งภูผา ไม่อาจผลักออกได้เลย นางทำได้เพียงยินยอมรับจุมพิตอันป่าเถื่อนเช่นนี้ต่อไป
ทหารโครงกระดูกโลหิตของจิ่วเยี่ยไม่ได้รู้สึกอะไรแม้แต่น้อยกับฉากวาบหวามนี้ ทว่าคนที่รู้สึกกลับเ