ป็นมู่อีและพวก พวกเขาเห็นฉากจุมพิตเต็มสองตาทว่าก็ไม่กล้ามองตรง ๆ รีบหันหลังหลบทันทีพลางบ่นพึมพำ “ท่านผู้นำตระกูล ดึก ๆ ดื่น ๆ เช่นนี้มาแสดงความรักกันข้างทางเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ไม่เกรงใจสายตาของพวกเราเลย”
— ตุบ! —
หลังจากที่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ ปล่อยมือ มู่เฉียนซีก็ผลักร่างของเขาออกอย่างแรง สีหน้ามู่เฉียนซีแดงก่ำ นางรู้สึกโกรธหน่อย ๆ “จิ่วเยี่ย ท่านอาเล็กของข้ารู้ว่าข้าเอาปิ่นปักผมให้กับคนอื่น ท่านอาโกรธมาก ข้าจึงมีความจำเป็นต้องมาขอคืนจากเจ้าในวันนี้ ตกลงเจ้าจะไม่คืนให้ข้าใช่หรือไม่ ?”
จิ่วเยี่ยกล่าวตอบ “ข้าคืนให้เจ้าได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลา”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเจ้าอย่าลืมก็แล้วกัน ถึงเวลาแล้วเจ้าคืนให้ข้าด้วย”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ เขากล่าว “เรากลับไปนอนกันเถอะ”
ทหารโครงกระดูกโลหิตกลับไปยังจวนเยี่ยอ๋อง ส่วนเยี่ยอ๋องยังคงวางอำนาจยึดครองพื้นที่ของมู่เฉียนซีเฉกเช่นเดิม เขากอดสตรีผู้ที่ทำหน้ามุ่ยอยู่ในเวลานี้ไปเข้านอน
ในยามรัตติกาล แสงจันทร์กระจ่างสาดส่องลงมากระทบกับใบหน้าที่งดงาม ในเวลานี้ใบหน้าที่เย็นยะเยือกดั่งภูเขาน้ำแข็งนั้น พลันเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่อ่อนโอนและดูนุ่มนวลยิ่งนัก
นับวันเขายิ่งชอบความรู้สึกนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เวลาที่เข้านอนแล้วมีนางอยู่ในอ้อมกอด ช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน
อรุณรุ่ง…
เมื่อซวนหยวนหลี่ซางได้ทราบข่าวว่าคุกหลวงถูกปล้น นักโทษที่