เขาสั่งขังไว้ส่วนใหญ่ถูกช่วยเหลือนำตัวไป เขาพลันโกรธเกรี้ยวอย่างหนัก โกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ โกรธจนมือกำแน่นเส้นเลือดปูด โกรธจนต้องไปบุกจวนตระกูลมู่เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
“มู่เฉียนซี เป็นเจ้าแน่ ๆ ออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าช่างกล้าอุกอาจบุกเข้ามาปล้นคุกหลวงช่วยพวกนั้นออกมา”
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นอย่างเกียจคร้าน “เสียงดังรบกวนใจข้าเสียจริง พวกเจ้าไปจัดการเสียงนกเสียงกานั่นให้ข้าทีซิ”
“ขอรับ”
— ตูม! ตูม! ตูม! —
ฮ่องเต้ซวนหยวนหลี่ซางกับองค์รักษ์ยอดฝีมือจากราชวงศ์ถูกองครักษ์เงาตระกูลมู่ใช้กำลังไล่ออกไป ซวนหยวนหลี่ซางรู้สึกทั้งโกรธทั้งอับอายขายหน้า เขาเป็นถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ย แต่มู่เฉียนซี… นางกล้าที่จะดูหมิ่นเขาอย่างไม่ไว้หน้า
มู่อีกล่าวเตือนว่า “ฝ่าบาท ท่านผู้นำตระกูลบอกว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายกับนาง มิเช่นนั้นจะโดนดีไม่น้อยขอรับ”
ซวนหยวนหลี่ซางโกรธจนกระอักเลือดออกมา แม้แต่พวกองครักษ์พวกข้ารับใช้ของนางยังกล้ากล่าววาจากับเขาเช่นนี้ มันน่านัก! แต่ถึงอย่างไรแล้วราชสำนักก็มิอาจต่อกรกับตระกูลมู่ได้ ตระกูลมู่มียอดฝีมือระดับจักรพรรดินับร้อย ส่วนราชสำนักซวนหยวน แม้แต่พลังระดับราชาก็ไม่มี พลังในการต่อสู้ห่างไกลกันมากเกินไป
เมื่อมู่หรูเหยียนได้ทราบข่าวว่าซวนหยวนหลี่ซางไปทำเรื่องอับอายขายหน้าที่จวนตระกูลมู่ก็อดก่นด่าออกมาไม่ได้
“โง่เง่า ไร้ประโยชน์นัก!”
ทันใดนั้นร่างที่งดงามและน่า