าพาสตรีรูปงามมาเข้าเฝ้าท่าน หวังว่าท่านจะทรงโปรด”
มู่หรูเหยียนมาในเสื้อผ้าอาภรณ์งดงามประณีตราวนางฟ้า ความอ่อนโยนและนุ่มนวลของนาง ทำให้ผู้คนที่ได้ยลโฉมแทบระงับความรู้สึกต้องการจะขย้ำไม่ได้
ซวนหยวนจือกล่าวอย่างประหลาดใจ “อะไรกันซางเอ๋อร์ นางเป็นสตรีในจวนเจ้ามิใช่รึ ? เจ้า…”
“เสด็จพ่อวางพระทัยได้พ่ะย่ะค่ะ เหยียนเอ๋อร์เพียงแค่เข้ามาอาศัยอยู่ในจวนข้าเพียงชั่วคราว นางยังเป็นสตรีผู้บริสุทธิ์ไร้ซึ่งมลทิน เสด็จพ่อน่าจะทราบมาบ้างแล้วว่านางเป็นสตรีอัจฉริยะคนแรกของตระกูลมู่”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ตระกูลมู่’ เปลวไฟในดวงตาซวนหยวนจือปะทุขึ้นทันที ดวงตาเขาจ้องมองมู่หรูเหยียนราวจะกลืนกินนาง ทำให้นางกลัวจนหัวหด ทว่ารูปร่างอันงดงามอย่างไร้ที่ติและท่าทางที่น่าสงสารของนางนั้น จิตใจของซวนหยวนจือพลันเตลิดเปิดเปิงไปในที่สุด
สตรีผู้นี้ต่างหากถึงจะเป็นผู้ที่น่ารักน่าเอ็นดู ไม่เหมือนมู่เฉียนซีนางเด็กโอหังผู้นั้นที่คอยหาเรื่องให้เขาไม่เว้นวัน
ซวนหยวนจือรับตัวมู่หรูเหยียนมา เขาหัวเราะชอบใจ กล่าวว่า “ฮ่า ๆ ๆ ซางเอ๋อร์ สายตาเจ้าเฉียบแหลมยิ่งนัก เช่นนั้นข้ารับไว้มิเกรงใจเจ้าแล้ว”
“เช่นนั้นข้าทูลลา” ซวนหยวนหลี่ซางกล่าวลา เขาออกไปจากห้องบรรทม
มู่หรูเหยียนผู้เป็นสตรีอัจฉริยะคนแรกของตระกูลมู่อยู่ปรนนิบัติซวนหยวนจือทั้งคืน โดยมีซวนหยวนหลี่ซางอยู่ด้านนอกห้องบรรทมของฮ่องเต้ เขาแทบรุดเข้าไปหลายครั้งเมื่อได้ยินเสียงร้องของ