ด้
นางเบ้ปาก บ่นพึมพำกับตัวเอง “เฮ้อ… คิดเสียว่าเจ้าก้อนน้ำแข็งเป็นหมอนข้างที่มีภาพมนุษย์รูปงามก็แล้วกัน”
…
มู่เฉียนซีมุ่งหน้าไปที่เรือนอวู่โยวเพื่อไปเยี่ยมมู่อวู่ซวง
มู่อวู่ซวงเห็นว่านางได้เปลี่ยนปิ่นปักผมแล้วจึงกล่าวถาม “ซีเอ๋อร์ เจ้าไม่ชอบปิ่นวิญญาณจื่อเฟิ้งที่ข้าให้รึ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “ข้าชอบมากท่านอา แต่ข้ามอบมันให้คนผู้หนึ่งไปแล้ว ท่านอา…”
— ซู่! —
ทันใดนั้นพลังที่น่ากลัวพลันแผ่ซ่านไปทั่วทั้งป่าไผ่ มู่เฉียนซีรู้สึกตื่นตกใจไปชั่วขณะ นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านอาเสียการควบคุมเพียงเพราะปิ่นปักผมอันเดียว
“ซีเอ๋อร์ เจ้าให้ปิ่นปักผมใครไปรึ ?” มู่อวู่ซวงกล่าวถาม
“จิ่วเยี่ยเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นท่าทางท่านอาโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ มู่เฉียนซีจำต้องยอมสารภาพอย่างตรงไปตรงมา
“บุรุษผู้นั้น!” ดวงตาของมู่อวู่ซวงอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซีเอ๋อร์ไม่รู้ แต่บุรุษผู้นั้นจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าปิ่นปักผมนั้นมีความหมายและเป็นสัญลักษณ์ของความรัก เมื่อบุรุษขอปิ่นปักผมนั่นแสดงว่าเขากำลังขอแต่งงาน และหากสตรีมอบให้ไป นั่นก็หมายความว่าได้ตอบตกลงแล้ว
กฎของตระกูลพวกเขา คนที่นี่ไม่มีทางรู้แน่นอน ทว่าบุรุษผู้นั้นกลับขอปิ่นวิญญาณจื่อเฟิ้งจากซีเอ๋อร์ไปแล้ว นั่นก็หมายความว่าบุรุษผู้นั้นรู้ตัวตนที่แท้จริงของซีเอ๋อร์แล้ว
มู่อวู่ซวง “ปิ่นปักผมนั่น จะต้องเอาคืนมาให้ได้”
หากพี่ใหญ่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้กับซีเอ๋อร์ มีหวังเขาต้อง