วเบา
“อืม…”
เมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกออกจากกัน มู่เฉียนซีเห็นเปลวไฟภายในดวงตาของจิ่วเยี่ย “จิ่วเยี่ย นี่เจ้ายับยั้งคำสาปนั่นไม่ได้อีกแล้วใช่หรือไม่ ?”
จิ่วเยี่ยกอดนางไว้แน่น กล่าวว่า “ต่อไปมีซีอยู่ด้วยในตอนกลางคืนก็จะกดระงับคำสาปนั้นเอาไว้ได้”
ดวงตามู่เฉียนซีเบิกกว้าง “เจ้าว่าอย่างไรนะ ? ต่อไปรึ ? จิ่วเยี่ย เจ้าคงจะไม่ได้หมายความว่าต่อจากนี้ไปเจ้าจะมานอนที่นี่หรอกใช่ไหม ?”
จิ่วเยี่ยตอบ “ต่อไปข้าจะนอนที่นี่”
มู่เฉียนซี “การนอนกับสตรีจะช่วยยับยั้งคำสาปเอาไว้ได้อย่างนั้นรึ นี่มันคำสาปบ้าบออันใด ? อีกอย่าง ข้ารู้สึกว่าเจ้าไม่ได้พยายามยับยั้งเลย ตอนนี้อาการของเจ้าช่างประหลาดยิ่งนัก”
จิ่วเยี่ยกล่าว “ร่างของข้า ข้าย่อมรู้ดีที่สุด”
ในแผ่นดินนี้ อาการป่วยเช่นนี้ของจิ่วเยี่ยเป็นอาการที่ซับซ้อนมากที่สุดที่นางเคยพบเจอมา และบุรุษอย่างจิ่วเยี่ยก็เป็นคนที่ซับซ้อนยากเกินจะคาดเดาได้อยู่แล้ว
มู่เฉียนซีพยักหน้า กล่าวว่า “แต่ข้าไม่ชอบให้มีคนนอนข้าง ๆ ข้าทุกคืน”
“แต่เมื่อคืนเจ้าก็นอนหลับสบาย เอาเป็นว่าข้าจะมาหาเจ้าทุกคืน” จิ่วเยี่ยตอบกลับอย่างไม่ทุกข์ร้อน เขาไม่ให้โอกาสมู่เฉียนซีปฏิเสธเลย กล่าวจบร่างของเขาพลันอันตรธานหายไปทันที
มู่เฉียนซีใบหน้าเครียดคล้ำ ถึงแม้ว่าเมื่อคืนนี้นางจะหลับไปอย่างสบาย ทว่าก็ไม่สมควรนอนกับจิ่วเยี่ยเช่นนี้ทุกคืน แต่ถึงอย่างไรเรื่องที่จิ่วเยี่ยตัดสินใจแล้ว มู่เฉียนซีมิอาจขัดไ