ว์ก็เป็นสัตว์วิญญาณระดับเจ็ดอย่างดี
อาหารที่ดูสุรุ่ยสุร่ายมากมายเช่นนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกปวดใจในขณะตักกิน พวกเขาจะต้องกินอาหารเหล่านี้ให้เพียงพอหลังจากที่ขาดแคลนมาเป็นเวลานาน
ตระกูลมู่ช่างเป็นตระกูลร่ำรวยอันทำให้ผู้คนอิจฉาริษยาอย่างแท้จริง!
ขณะที่พวกเขากำลังสองจิตสองใจกันอยู่นั้น จวินโม่ซีผู้เห็นแก่กินเริ่มลงมือคีบเนื้อสัตว์วิญญาณและอาหารอันโอชะเหล่านั้นเข้าปากอย่างไม่เกรงใจผู้ใดแล้ว ของดี ๆ รสชาติถูกปากเช่นนี้ เขาจวินโม่ซีจะพลาดได้อย่างไรกัน ?
จวินโม่ซีกล่าวกับชิงอิ่ง “เจ้าท่อนไม้ คนอย่างเจ้ากินแต่หยูกแต่ยาวิญญาณ ไม่รู้จักกินอาหารอันโอชะเหล่านี้ ข้าสิ้นหวังกับเจ้าจริง ๆ”
ชิงอิ่งเพียงมองดู ไม่ได้กล่าวตอบอะไร
เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง แขกเหรื่อทยอยกันกลับไป งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของมู่เฉียนซีเป็นอันจบลง
ในเมื่อวันนี้นางกำจัดผู้เฒ่าเหล่านั้นไปแล้ว มู่เฉียนซีเริ่มคัดเลือกคนมารับช่วงต่อ นางกล่าวถามขึ้นว่า “ท่านผู้เฒ่าเก้า ท่านคิดว่าใครกันที่เหมาะสมจะมารับช่วงต่อให้กับตระกูลมู่เรา ?”
ท่านอาเล็กของนางเคยบอกว่าผู้เฒ่าเก้าเป็นหมากม้ามืดที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้ ท่านพ่อของนางเป็นผู้ฉลาดหลักแหลมทันคน เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งเหล่าบรรดาผู้อาวุโสในตระกูลต้องหักหลังเป็นแน่
ผู้เฒ่าเก้ากล่าวว่า “ท่านผู้นำ พวกพี่ใหญ่ก่อเรื่องใหญ่โตเอาไว้ถึงเพียงนั้น ท่านผู้นำไม่คิดบ้างรึว่าตาเฒ่าอย่