าตัวนางกลับมาเป็นพระชายาของเจ้าได้”
ในเรื่องเกี้ยวพาราสีสตรี ต่อให้บางครั้งจื่อโยวอาจจะทำนอกกรอบไปบ้าง ทว่าบางครั้ง ความคิดเห็นของเขาก็ไม่เลวเลย
จิ่วเยี่ยพยักหน้า “อืม ข้ารู้แล้ว”
บนเวทีการประลอง มู่เฉียนซีรู้สึกเสมือนมีอากาศเย็นวาบอยู่ด้านหลังนาง ทั้งยังรับรู้ถึงกลิ่นอายของการแก้แค้นเอาคืนในชั่วขณะ นางหันไปมองมู่เทียน จากนั้นคิ้วนางก็ขมวดมุ่น มู่เทียนผู้นี้ดูท่าทางแปลกประหลาดยิ่งนัก
ในเวลานั้นเองมู่เทียนก้าวเท้าขึ้นสู่เวทีการประลอง กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ท่านผู้นำตระกูลมู่ โปรดชี้แนะ”
ทันใดนั้นพลังปรมาจารย์ยุทธ์ระดับหนึ่งพลันแผ่กระจายออกมา
ทุกคนต่างตกตะลึง อายุน้อยเพียงนี้กลับสามารถทะลวงพลังเป็นถึงปรมาจารย์ยุทธ์ได้แล้ว หนุ่มน้อยผู้นี้ซ่อนพลังได้แนบเนียนอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซียิ้มมุมปากเล็กน้อย ดูเหมือนว่าบรรดาท่านผู้เฒ่าเหล่านั้นพยายามที่จะกดดันนางในงานเลี้ยงของนาง ช่างมากอุบายนัก!
ทันใดนั้นมู่เทียนก็ได้หายไปจากด้านหน้าของมู่เฉียนซี เขาเหวี่ยงมีดสั้นและหมุนร่างไปรอบ ๆ นางอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนผู้ที่ชมดูอยู่อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างด้วยความตะลึง หากมีดสั้นปักลงบนร่างของมู่เฉียนซีเข้า ไม่ตายก็คงจะบาดเจ็บอย่างสาหัสเป็นแน่
นี่เป็นเพียงแค่การท้าประลองของคนในตระกูลเท่านั้น ฝ่ายหนึ่งก็ไม่ได้เป็นนักฆ่ามือสังหารหรืออะไร แต่อีกฝ่ายเป็นถึงท่านผู้นำตระกูล ช่างบังอาจดีแท้
ถึงแม้จะเชื่อมั่นในตั