ยว แต่เป็นวันที่นางจะมีสิทธิ์อำนาจเต็ม ๆ ในตระกูลมู่ด้วยเช่นกัน
ส่วนเหล่าผู้อาวุโสที่คอยเป็นที่ปรึกษาประคับประคองมานั้น ก็จะต้องฟังคำสั่งหนึ่งเดียวจากผู้นำตระกูล
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวขึ้น “ในเมื่อผู้นำตระกูลเป็นผู้ใหญ่แล้ว เช่นนั้นท่านก็ได้เป็นผู้นำตระกูลสมดั่งคำเรียกขานอย่างแท้จริง แต่หากผู้นำตระกูลต้องการปกครองตระกูลจริง ๆ ก็จำต้องแสดงความสามารถใหคนอื่นยอมรับ พวกหนุ่มสาวตระกูลมู่นั้นเห็นท่านผู้นำตระกูลเป็นตัวอย่าง …ต่อไปจะมีหนุ่มสาวตระกูลมู่มาท้าประลองกับท่าน ขอให้ท่านผู้นำตระกูลจงอย่าได้ปฏิเสธ”
แม้น้ำเสียงของผู้อาวุโสสูงสุดจะฟังดูดีมีมารยาททุกถ้อยคำ แต่ก็ได้ปิดตายทางหนีของมู่เฉียนซีเป็นที่เรียบร้อย ทำให้นางไม่อาจปฏิเสธใด ๆ ได้ มู่อวู่ซวงกำลังจะปลดปล่อยความโกรธออกมา ทว่าถูกมู่เฉียนซีห้ามเอาไว้ นางกล่าวอย่างเกียจคร้าน “ผู้อาวุโสสูงสุด ท่านไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของข้าหรือ ? ยังจะต้องให้สู้กันอีกหรือ ?”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “ท่านผู้นำตระกูลคงไม่ได้ใส่ใจกับคนในตระกูลอยู่บ้าง ไม่นานปีมานี้ตระกูลมู่ของเรา นอกจากเหยียนเอ๋อร์และอวิ๋นเอ๋อร์ ยังมีลูกหลานตระกูลมู่ที่มีพรสวรรค์ไม่น้อย พวกเขาไม่ได้อ่อนแอไปกว่าท่านเลย”
เวลานี้คนอื่น ๆ เริ่มกระซิบกระซาบกัน “มีคนเก่งเท่าผู้นำตระกูลมู่ นั่นเป็นไปได้ด้วยรึ ?”
“ก็ต้องได้สิ! แน่นอนว่ามู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่เก่งกาจนัก นางเป็นถึงสตรีอัฉริยะอันดับหน