ินออกไปไกลแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด
……
“พี่ใหญ่!”
วันถัดมาเยวี่ยเจ๋อเข้ามาหามู่เฉียนซีด้วยอาการร้อนรน ทว่าเมื่อได้รู้ว่าเมื่อคืนมู่เฉียนซีนางไม่ได้ค้างคืนที่จวนเยี่ยอ๋อง จึงได้โล่งอกยกใหญ่
“พี่ใหญ่ ท่านกับเยี่ยอ๋อง…”
มู่เฉียนซีรีบกล่าวขัด “ช้าก่อนเยวี่ยเจ๋อ ใจเย็น ๆ ข้ากับจิ่วเยี่ยเป็นเพื่อนกัน แล้วเขาก็ยังเป็นผู้ป่วยของข้าที่ต้องรักษา สถานการณ์ค่อนข้างพิเศษ เจ้าอย่าได้คิดมากไป”
เยวี่ยเจ๋อถึงกับกล่าวอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ใกล้ชิดกันถึงเพียงนั้น จะมิให้เขาคิดมากได้อย่างไรไหว ?
แม้พี่ใหญ่ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติกับความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงที่นางเมินเฉยไม่เคยสนใจ แต่ในฐานะชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขายังคงเข้าใจความคิดของบุรุษชุดดำผู้นั้นที่มีต่อพี่ใหญ่ของเขา ความอันตรายกำลังจะถึงขีดสุด และคงจะระเบิดความรู้สึกที่มีต่อกันออกมาในไม่ช้าก็เร็ว
บัดนี้ไม่มีข่าวคราวใดจากทางสำนักตานจี้เลย จึงทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
“หรือว่าสำนักตานจี้ไม่ได้ถูกข่าวเรื่องจุดจบของสำนักอัสนีลึกลับทำให้กลัว ยังคงอยากที่จะกุมวิธีปรุงยาวิเศษระดับสี่ไว้ คิดเบี้ยวไม่จ่ายบัญชี” มู่เฉียนซีบ่นพึมพำกับตนเอง
นางได้รับรายการยามรดกต่าง ๆ จากหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ ใบสั่งยาของยาระดับสี่ในสํานักโอสถนั้นไม่มีค่าอะไรกับนางมากมายนัก ทว่านางมิยอมให้ผู้ใดมาเบี้ยว ไม่จ่ายบัญชีนาง
มู่เฉียนซีลุกขึ้น กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าจะต้องจัด