กล่าวออกมา สภาพน้ำตานองว่า ‘เยี่ย เจ้าช่างใจร้ายนัก!’
จิ่วเยี่ยมิได้รบกวนเวลาของมู่เฉียนซีต่อ เขาส่งนางกลับจวนอย่างปลอดภัย เมื่อตอนที่จิ่วเยี่ยกลับออกไป เงาร่างสีม่วงก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเขา
“เยี่ย ข้าผ่านไปสถานที่นั้นทุกวัน ๆ เพื่อผงแป้งธรรมดา ๆ ที่จะช่วยชักจูงให้แม่นางผู้นั้นมาที่นี่ เพื่อที่จะให้พวกเจ้าได้พบเจอกัน” “แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไร ? เจ้ากลับกล่าวว่าเจ้าเพียงแค่ผ่านไปแถวนั้น”
ใบหน้าจิ่วเยี่ยไร้อารมณ์ ทว่าจื่อโยวพูดพร่ำต่อไป “ข้าช่วยเจ้าสื่อความในใจถึงแม่นางคนงาม สุดท้ายเจ้ากลับรังเกียจและมาโวยวายข้า! หญิงสาวชอบคำพูดคำจาหวาน ๆ เจ้าไม่เคยพูดจาหวาน ๆ แม้สักประโยค แล้วเจ้าจะเอาชนะใจหญิงงามได้อย่างไร ?”
“แต่เรื่องพวกนั้นช่างมันเถอะ ข้าหาธูปหอมมาตั้งมากมาย เจ้าคิดว่ามันง่ายนักหรือ ? ตัวข้าเองยังใช้ไม่ทัน ถึงแม้ว่าธูปหอมพวกนั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรกับเจ้า แต่เจ้าแกล้งแสดงหน่อยได้หรือไม่ ถือโอกาสจัดการหญิงงามให้อยู่หมัด เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว เจ้าค่อยโทษข้ากับธูปหอมนั่นก็ได้ หากเจ้าลงมืออย่างที่ข้าว่า เจ้าคงจะทำสำเร็จไปนานแล้วมิใช่รึ ?”
“เยี่ย ข้าเสี่ยงชีวิตทำการล่วงเกินพระชายาในอนาคต เพื่อวางแผนทั้งหมดนี้ให้กับเจ้า ทว่าเจ้าล่ะ! เจ้าล่ะ ? เจ้ากลับปล่อยเนื้อที่วางอยู่ข้างปากให้หลุดไป เจ้าจะให้ข้าว่าอย่างไรดี…”
จื่อโยวยังคงพร่ำบ่นไม่หยุด เมื่อเขาหยุด ก็ได้พบว่าจิ่วเยี่ยเด