งตาของนางเปล่งประกายทว่ามิได้พร่ามัวแต่อย่างใด หากบุรุษผู้นั้นคิดจะฆ่าสตรีในใต้หล้านี้ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย นั่นก็คือหายนะอย่างหนึ่ง ทว่าเขาไม่สามารถทำให้พี่ใหญ่หลงเสน่ห์ได้ ถึงอย่างไรแล้ว พี่ใหญ่ของเขาก็ไม่ถูกรูปลักษณ์ภายนอกของบุรุษครอบงำเอาง่าย ๆ
บุรุษชุดเขียวยิ้ม กล่าวว่า “เยี่ย รีบเข้ามาสิ”
ทันใดนั้นร่างชุดดำเดินเข้ามาราวกับนักฆ่ายามรัตติกาล ร่างของเขามีกลิ่นอายต่อต้านไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามากรายใกล้ เหล่าบรรดาสาวงามที่อยากจะวิ่งเข้าไปหาจื่อโยว เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายต่อต้านนั้นพลันพากันรู้สึกตัวขึ้น พากันออกห่างไปไกล ๆ แทบจะไม่กล้าเข้าใกล้ทั้งสอง
เหล่าบรรดาสาวงามทำได้เพียงแต่มองจื่อโยวไกล ๆ ด้วยความรักใคร่หลงใหลมัวเมา แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีพวกนางคนใดกล้าเข้าไปใกล้เขาเลย
จื่อโยวกล่าวพลางทอดถอนใจ “เยี่ย กลิ่นอายจิตสังหารของเจ้ามันมากเกินไปแล้ว ข้าอยู่กับเจ้าไม่มีสตรีผู้ใดกล้าเขาหาข้าสักคน! ข้าสาบานว่าคราวหน้าหากมาหาความสุขเช่นนี้ ข้าจะไม่พาเจ้ามาอีกเด็ดขาด”
ในใจลึก ๆ จื่อโยวลอบกลุ้มใจอยู่เช่นกัน บุรุษภายใต้หน้ากากที่อำพรางใบหน้านี้เป็นบุรุษรูปงามดุจดั่งปีศาจยิ่งกว่าเขาหลายเท่า ทว่าบุรุษผู้นี้เคยชินกับความกระหายเลือด อีกทั้งเป็นคนเย็นชาอย่างยิ่งยวด สตรีใดที่พบเห็นต่างก็พากันตกใจกลัวหัวใจวายตาย เขาไม่เข้าใจความรู้สึกและความสัมพันธ์ฉันท์ชายหญิงเท่าไหร่นัก
ยากนักกว่าที่เขาจะเจอสต