ชื่อฟังนางแต่โดยดี
พวกเขากล่าวขึ้น สีหน้าและน้ำเสียงแสดงความโกรธเกรี้ยวไม่ปกปิด “ผู้นำตระกูลมู่ เจ้าจะทำอะไรกับพวกเรา ?!”
มู่เฉียนซี “ข้าเพียงฉีดยาให้พวกเจ้าสองเข็ม หนึ่งปีต่อจากนี้หากพวกเจ้าทำงานให้กับตระกูลมู่อย่างเชื่อฟัง พวกเจ้าก็จะไม่เป็นอะไร แต่หากพวกเจ้าทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อตระกูลมู่ ชะตากรรมของพวกเจ้าจะต้องอนาถกว่าพวกเหยียนหลัวเหมิงเป็นร้อยเท่าพันเท่า!”
“อ๊ากกกก!”
ทันใดนั้นพวกเขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดฝืนทน
มู่เฉียนซีกล่าว “มู่อี เจ้าไปสอนกฎของจวนตระกูลมู่ให้พวกเขารู้ซะ!”
ผู้อาวุโสทั้งสามแห่งสำนักเฟินเทียน พวกเขาค่อนข้างที่จะโชคดีเพราะเจ้าสำนักของพวกเขายังพอมีความเกรงใจต่อตระกูลมู่อยู่บ้าง มู่เฉียนซีจึงไม่โหดร้ายกับพวกเขานัก
หนึ่งในผู้อาวุโสทั้งสามกล่าวถาม “ท่านผู้นำตระกูลมู่ แล้วพวกเราล่ะ ?”
มู่เฉียนซีเผยรอยยิ้ม กล่าวขึ้น “ท่านทั้งสามรู้ดีว่าควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร ดังนั้นข้าจะไม่ปฏิบัติต่อพวกท่านอย่างเลวร้ายแน่นอน”
หนึ่งในผู้อาวุโสทั้งสาม “นั่นเป็นเรื่องที่พวกข้าควรทำอยู่แล้ว พวกข้าจะทำตามคำมั่นสัญญาที่ตกลงกันไว้อย่างแน่นอน ท่านผู้นำตระกูลมู่วางใจได้เลย”
เวลานี้ตระกูลมู่มียอดฝีมือระดับจักรพรรดิระดับเก้าอยู่ในมือ ต่อให้เป็นสำนักนิกายใหญ่ที่สุดแห่งแคว้นชิงอย่างสำนักซวนเหลยก็มิอาจเทียบกับตระกูลมู่ได้ ด้วยเหตุนี้ ตระกูลมู่จึงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดแห่งแคว้นจื่