ยวที่ท่านอาเล็กของข้าจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง”
มู่อี “ขอเพียงแค่ท่านผู้นำสั่งการ พวกเราจะต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย”
มู่เฉียนซีโบกมือ จากนั้นนำเอาชุดเกราะออกมา “พวกเจ้าทั้งหมดใส่ชุดเกราะนี้ไว้ให้เรียบร้อย”
จวินโม่ซีเห็นชุดเกราะ พลันเบิกตากว้างทันทีด้วยความตกใจ “มู่เฉียนซีสาวน้อย เจ้าเอาชุดเกราะเหล่านี้มาจากไหนรึ ? ชุดเกราะเหล่านี้อยู่ในระดับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ หากราชาแห่งภูตใส่ชุดเกราะนี้ไปต่อสู้กับระดับจักรพรรดิแห่งภูตก็ไม่มีวันตาย นี่เท่ากับมอบชีวิตเพิ่มอีกชีวิตให้พวกเขาเลยก็ว่าได้”
มู่เฉียนซี “หากมันมีคุณค่าเช่นนั้นก็ถือว่าไม่เลวเลย”
จากนั้นทุกคนสวมชุดเกราะเพื่อการต่อสู้ในครั้งนี้ ความแข็งแกร่งของชิงอิ่งนั้นไม่ธรรมดา เขาแข็งแกร่งกว่าชุดเกราะนี้มากจึงไม่จำเป็นต้องใส่มัน ส่วนจวินโม่ซีผู้มีพลังอันแข็งแกร่งเป็นถึงจักรพรรดิแห่งภูตอยู่แล้ว เขาคิดว่าใส่ชุดเกราะแล้วไม่สบายตัว ไม่กระฉับกระเฉง จึงไม่อยากจะใส่มัน
มู่เฉียนซีกล่าว “อู๋ตี้ เจ้ากินอิ่มหรือยัง ? แล้วพลังของเจ้า เลื่อนขั้นขึ้นหรือไม่ ? ”
“งั่ม… งั่ม… งั่ม! ใกล้แล้วนายท่าน ใกล้แล้ว อู๋ตี้จะได้เลื่อนขั้นเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในไม่ช้านี้ อีกไม่นานข้าจะได้ออกรบกับนายท่านแล้ว” อู๋ตี้กล่าวไป มือก็รีบยัดผนึกวิญญาณเข้าปากอย่างว่องไว
ไม่นานนัก พลังของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
— ตูม! —
มู่เฉียนซีรับรู้ได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของอู๋ตี