จิวเยี่ยนั้น แม้เขาจะไม่รู้ว่าจื่อโยวหมายถึงอะไร อย่างไรก็ตามเขายังสามารถเข้าใจความหมายคําพูดของมู่เฉียนซีได้
“จื่อโยวไม่ใช่คน” จิ่วเยี่ยตอบกลับ
มู่เฉียนซี “ใช่แล้ว จื่อโยวเป็นปีศาจ จิ่วเยี่ย ข้าเข้าใจความรักที่แท้จริงของเจ้า แต่เรื่องที่เจ้ารับปากกับข้า เจ้ายังคงต้องรักษาสัญญา เจ้าอย่าเพิ่งลงมือนอกเสียจากว่าข้าจะต้องตาย ต่อไปข้าจะต้องแข็งแกร่งกว่าเจ้า เจ้าชิงลงมือเช่นนี้ ข้าเสียหน้าอย่างมาก” มู่เฉียนซีพร่ำบ่น
จิ่วเยี่ย “แต่ซี… เจ้าจะบาดเจ็บ”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าเป็นถึงหมอปีศาจ การหยุดโลหิตมิให้ไหลและบรรเทาอาการเจ็บปวดเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยสำหรับข้า ส่วนความเจ็บปวดน่ะรึ ? ข้าชาชินกับมันแล้ว จิ่วเยี่ย รอบต่อไปให้ข้าบุกเข้าไปเองเถอะ”
มู่เฉียนซีหันหลังกลับเข้าไปในค่ายกลพลางรวบรวมพลังวิญญาณอีกครั้ง พลังวิญญาณรวมตัวกันเข้ามา นางฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง พลังวิญญาณไหลผ่านเส้นลมปราณของนางไม่ว่างเว้น
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้เลื่อนขั้นเป็นจอมภูตระดับห้า จากนั้นนางหายไปจากค่ายกลอีกครั้ง บริเวณโดยรอบนี้ไม่พบเงาร่างของจิ่วเยี่ยแล้ว
เมื่อกระบี่มังกรเพลิงพุ่งออกไป มันพุ่งเข้าใส่เสือดาวหิมะด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ และแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
อู๋ตี้เสี่ยวหง สองสัตว์ก็หุนหันพลันแล่น นี่เป็นครั้งที่สามที่ได้เผชิญหน้ากับพวกมัน ทั้งสองมีความชำนาญมากขึ้นเรื่อย ๆ
“โฮกกกก!”
เสียงคำราม