ท่ามกลางหิมะที่ปลิดปลิวอยู่กลางอากาศ บุรุษชุดดำผู้งดงามไร้ผู้ใดเทียบเทียม อุ้มสตรีในชุดม่วงนางหนึ่งเดินเหยียบผ่านบนหิมะไปอย่างนิ่มนวล ทว่ารวดเร็วราวกับพุ่งผ่านไปกลางอากาศ
“ถึงแล้ว”
เมื่อถึงจุดหมาย จิ่วเยี่ยวางร่างมู่เฉียนซีลง เกล็ดหิมะที่ตกลงมา ไปติดอยู่บนแพขนตาของนาง
“ช้าก่อน… อย่าเพิ่งขยับ”
เสียงของจิ่วเยี่ยนั้นเพิ่งถูกส่งมาทางนางเมื่อครู่ และใบหน้าหล่อเหลาพราวเสน่ห์ก็ค่อย ๆ ขยายใหญ่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
กลิ่นอายอบอุ่นแผ่ออกมา เขาเป่าเกล็ดหิมะบนขนตานางออกเบา ๆ ลมหายใจนั้นทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นมาอยู่บ้างเล็กน้อย
มู่เฉียนซีเอ่ยถามขึ้น “จิ่วเยี่ย เจ้าพาข้ามาที่นี่ทําไมรึ ?”
ไม่ดูก็ไม่รู้ เมื่อมองดูแล้วถึงกับตกใจ ด้านหน้าเป็นฝูงเสือดาวหิมะ พวกวายร้ายที่เกือบทำให้นางต้องจบชีวิต แต่มาบัดนี้ ดูเหมือนว่าพวกมันจะยืนล้อมอะไรบางสิ่งอยู่เงียบ ๆ จิ่วเยี่ยจึงจูงมู่เฉียนซีเข้าไปดู
เสือดาวหิมะดุร้ายเหล่านี้ เมื่อพวกมันรู้สึกว่ามีคนบุกเข้าไปในเขตแดนของพวกมัน ก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะโจมตี ทว่าทันใดนั้น กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากจิ่วเยี่ย พวกมันหวาดกลัวจนแทบสลบไป รีบถอยร่นออกไปอย่างรวดเร็วจนสุดท้ายไม่เหลือสักตัว
เมื่อพวกเสือดาวหิมะหนีไป มู่เฉียนซีก็พบว่าสถานที่ที่เสือดาวหิมะเหล่านี้อาศัยอยู่นั้น มีเสาหิมะสูงใหญ่และเสาเตี้ยวางอยู่อย่างผิดปกติ ราวกับเป็นค่ายกล
จิ่วเยี่ย “ซี… เจ้า