ลองไปตรงนั้นดูสิ”
มู่เฉียนซีก้าวเข้าสู่ค่ายกล ทันใดนั้นนางรู้สึกว่าความเข้มข้นของพลังวิญญาณในที่แห่งนี้ช่างน่าตกใจมาก ราวกับว่านางรู้สึกว่าตนเองได้เข้าสู่สภาวะประหลาด จากนั้นก็เริ่มเริ่มฝึกปรือโคจรเคล็ดวิชาต่อต้านสวรรค์
นี่ต้องเป็นสถานที่ล้ำค่าแห่งการฝึกฝนอย่างแน่นอน ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเสือดาวหิมะเหล่านี้ถึงได้แข็งแกร่งกันมากเพียงนั้น ที่แท้ก็มาฝึกตนอยู่ที่นี่นี่เอง
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ พลังวิญญาณของมิตินี้พุ่งเข้าไปในค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง มันถูกใช้โดยมู่เฉียนซี
จิ่วเยี่ยยืนเงียบ ๆ ราวกับรูปปั้นยืนเฝ้ามู่เฉียนซีอยู่ด้านข้าง
เสือดาวหิมะเหล่านั้นทําได้เพียงเฝ้ามองอยู่ไม่ไกล เฝ้าดูสมบัติของการฝึกตนของพวกมันถูกมนุษย์ผู้หนึ่งยึดครอง นอกจากนี้มนุษย์ผู้นี้ยังผิดปกติมาก ความเร็วในการฝึกฝนของนางนั้น ไม่อาจทราบได้ว่ารวดเร็วเป็นกี่เท่าของพวกมัน
มู่เฉียนซีดูดซับพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นพลันเกิดเสียง ‘ตูม’ ขึ้น มู่เฉียนซีรู้สึกว่าอุปสรรค์ที่ทำให้นางอยู่ในระดับสามแตกออก นางได้กลายเป็นจอมภูตระดับสี่ไปได้อย่างราบรื่น
หลังจากเลื่อนขึ้นมาได้หนึ่งระดับ มู่เฉียนซีไม่ได้ทำการฝึกฝนต่อ จิ่วเยี่ยปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ นาง เขากล่าวถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงหยุดหรือ ? ค่ายกลนี้สามารถทำให้เจ้าทะลุผ่านไปเป็นจอมภูตระดับเจ็ดได้ในระยะเวลาอันสั้น”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หึ ๆ ในเมื่อข้าเลื่อนขั้นแล้ว ก็ได