คนอื่น ๆ ต้องการที่จะตามไป ทว่าเกือบถูกเถาวัลย์ที่มีอยู่เกลื่อนพื้นจัดการเข้าเสียแล้ว
หัวหน้าสํานักอัสนีลึกลับกล่าว “สํานักโอสถของพวกเจ้าล้วนเป็นนักปรุงยาไม่ใช่หรือ ? จะไม่มีผู้ที่เป็นผู้บำเพ็ญภูตอัคคีเลยหรืออย่างไร ?”
ตานกุนกรุ่นโกรธอย่างมาก “ถ้าหากพวกเราสำนักจี๋หั่วมีผู้บำเพ็ญภูตอัคคี เช่นนั้นคงได้ข่มเหงสำนักอัสนีลึกลับของเจ้าไปแล้ว จะปล่อยให้พวกเจ้ามาข่มเหงอยู่เรอะ”
หัวหน้าสํานักอัสนีลึกลับเกรี้ยวโกรธ เขากล่าว “ไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระกับพวกเจ้าแล้ว มาคิดวิธีที่จะรับมือกับเถาวัลย์นี่กันเถอะ”
— ตูม! ตูม! —
ทันใดนั้น มีคนบุกเข้ามาอีกกลุ่มหนึ่ง ซวนหยวนจือตะลึงตาค้าง
“บัดซบเอ๊ย! พันธมิตรเอียนหลัว สํานักจินติ่ง และนิกายเพลิงผลาญฟ้า พวกนั้นมากันว่องไวได้ถึงเพียงนี้เชียวรึ ?” เดิมทีพวกเขาคิดจะฉวยโอกาสนี้เอาสมบัติประหลาดนั่นไปก่อนที่สํานักต่าง ๆ ในแคว้นชิงจะมาถึง ทว่าคนพวกนั้นมากันรวดเร็วยิ่งนัก
เวลานี้ชายวัยกลางคนผมแดงยิ้ม กล่าวขึ้น “ฮ่า ๆ ๆ คนของแคว้นจื่อเยี่ยช่างอ่อนแอนัก ถูกเถาวัลย์ขวางไว้อยู่ที่ทางเข้าเสียได้ ช่างน่าขันจริง ๆ หลีกทางไปให้หมด!”
— ตูม! —
เปลวเพลิงที่เหมือนกับมังกรคลั่งพลันม้วนตัวเข้ามา ชายวัยกลางคนผู้นี้เป็นผู้บำเพ็ญภูตธาตุอัคคี ความแข็งแกร่งของเขารุนแรงอย่างที่สุด เขาเผาเถาวัลย์ที่อยู่รอบ ๆ จนเกลี้ยง
พวกเขาสูดลมเย็น ๆ เข้าไปเฮือกหนึ่ง ไฟสุดขั้วนั้นมีพลังมาก ไ