ัวก็มาด้วย เข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนบินผ่านมา มันปลิดชีวิตอย่างเงียบ ๆ
มู่อีและพวกฆ่าสังหารบุกฝ่าศัตรูเข้าไป ในชั่วพริบตา เขาฆ่าเหล่านักฆ่าไปบ้างบางส่วนแล้ว
ไป๋มู่เฟิง “ขอบคุณที่พวกท่านเข้าช่วยเหลือ…” “อ๊า!” เมื่อเขาได้เห็นภาพเงาสีม่วงที่คุ้นตา ทำให้ตกตะลึงไป
“ผู้นำตระกูลมู่ ที่แท้เป็นท่านเองหรือนี่! ท่านช่วยชีวิตข้าไว้สองคราแล้ว”
มู่เฉียนซี “เจ้ามาถึงที่แห่งนี้ ไม่กลัวอันตรายบ้างหรือ ?”
“ท่านปู่พาข้าออกมาฝึก หลังจากนั้นพวกท่านปู่ก็พบเจอเข้ากับฝูงหมาป่า เราเกิดพลัดหลงกัน ท้ายที่สุดแล้วข้าเจอนักฆ่าพวกนี้เข้า” ไป๋มู่เฟิงกล่าวอย่างทุกข์ร้อน
“จวนกั๋วกงเคลื่อนไหวแล้ว สมบัติล้ำค่านี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายแท้ ๆ” มู่เฉียนซีถอนหายใจ
ไป๋มู่เฟิงกล่าว “ใช่แล้ว ไม่เพียงแต่จวนกั๋วกงส่งคนมาเท่านั้น ยังมีราชวงศ์ สํานักจินติ่ง สํานักเฟินเทียน และพันธมิตรเอียนหลัวก็ส่งคนมา พวกเขาบอกว่าสมบัติล้ำค่านี้เป็นยาวิเศษที่สามารถทําให้ผู้คนพัฒนาขึ้นไปยังระดับฮ่องเต้ได้”
การขึ้นระดับฮ่องเต้ ไม่ได้หมายความว่าได้เป็นจักรพรรดิของแคว้น แต่คือความแข็งแกร่งถึงระดับจักรพรรดิ
ขณะนั้นเอง จิตสังหารพุ่งเข้ามาหาเขา
มู่เฉียนซีรีบกล่าว “พาคุณชายน้อยของพวกเจ้าไปซะ!”
ทันใดนั้นเงาร่างสีดําปรากฏขึ้น ผู้นำของกลุ่มพวกนี้เป็นชายตาเดียวที่มีตาข้างหนึ่งถูกปกคลุมด้วยผ้าปิดตา
เขาชําเลืองมองมู่เฉียนซีและไป๋มู่เฟิงก่อนจะกล่าวว่า “ดูเ