”
“ไม่ใช่ ข้าเป็นคู่หมั้น ไม่เหมือนกับเขาที่เป็นเพื่อน” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
มู่เฉียนซีกอดแขนเขาพลางหัวเราะ “อา… ใช่ เจ้าเป็นคู่หมั้นข้า สําคัญเสียยิ่งกว่าเพื่อนอย่างชิงอวิ๋น ฮ่า ๆ ๆ จิ่วเยี่ย เจ้าน่าขันดีนะ”
ในที่สุดแววตาแข็งกร้าวของ ‘จิ่วเยี่ย’ ก็อ่อนลง ยามใดที่จิ่วเยี่ยอันตราย ดีที่สุดคือต้องยอมตามคําพูดของเขา หลีกเลี่ยงไม่ให้เขาทําเรื่องอะไรที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ ที่นางกล่าวไปใช่ว่านางจะไม่คิดจริงจัง นางให้ความสําคัญกับจิ่วเยี่ยอย่างมาก
ในแคว้นจื่อเยี่ยนางมิได้ให้ความสําคัญกับใครมากนัก แต่กับจิ่วเยี่ย นางยอมรับอยู่เนือง ๆ ว่าเขาเป็นคนสำคัญของนาง เหตุผลน่ะหรือ …นอกจากท่านอาเล็กและอาถิง จิ่วเยี่ยเป็นผู้ที่ช่วยเหลือนางหลายครั้งหลายครา
เห็นได้ชัดว่าคําพูดของมู่เฉียนซีทําให้จิ่วเยี่ยมีความสุข เขากล่าวตอบ “ซวนหยวนจิ่วเยี่ยอยู่ในนรก ข้าส่งเขาลงไปเอง”
จิ่วเยี่ยกล่าวประโยคนี้โดยไม่มีร่องรอยของเจตนาฆ่า ราวกับว่าเขานําเสนอข้อเท็จจริงทั่วไป ดูเหมือนเขาจะมีบางคำพูดที่มู่เฉียนซีไม่สามารถเข้าใจได้ เขาอธิบาย “ถ้าเขามีความแข็งแกร่งพอ เขาจะสามารถปีนออกมาจากนรกได้ แต่แน่นอนว่าถ้าไม่ เขาจะตายที่นั่น”
“นี่เป็นทางเลือกของตัวเขาเอง เจ้าพอใจกับคําตอบนี้หรือไม่ล่ะ ?” ซวนหยวนจิ่วเยี่ยเอ่ยถาม
มู่เฉียนซีพยักหน้า “อืม แม้ยังมีอีกหลายสิ่งที่ยังไม่ชัดเจน ก็ยังถือว่าพอใจ”
โลกที่ต่างกันนี้ครอบคลุ