มาก ความห่วงใยเขาชัดเจน แต่เขาไม่มีศักยภาพมากพอที่จะแย่งนางมา
ภายในรถม้า ดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกสบตากับดวงตาสีดําสนิท จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเข้ม “เขาบอกอะไรกับเจ้า ?”
มู่เฉียนซีค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นก่อนจะกล่าวตอบ “ชิงอวิ๋นไม่ได้พูดอะไรกับข้าเลย ข้ารู้ด้วยตัวข้าเอง เจ้าไม่ใช่ซวนหยวนจิ่วเยี่ย”
จิ่วเยี่ยโอบกอดมู่เฉียนซีแน่น ริมฝีปากขยับลงไปที่หูของนาง เสียงที่น่าดึงดูดดังเข้าหูนาง “อืม นามของข้าคือหวงจิ่วเยี่ย จงจําไว้ให้ดี”
มู่เฉียนซีกะพริบตาปริบ ๆ นางฉงนสงสัยนักจึงกล่าวถามไปว่า… “‘หวง’ รึ ?”
แซ่นี้หาได้ยากมาก
มู่เฉียนซียิ้ม “เจ้าบอกชื่อจริงของเจ้ามาแล้ว เช่นนั้นเกี่ยวกับที่มาของเจ้า บอกข้ามาเสียเลยเถอะ”
“ข้าบอกเจ้าไป เจ้าก็ไม่สามารถไปได้ เมื่อเจ้ามีความแข็งแกร่งเพียงพอเจ้าจะรู้เอง”
มู่เฉียนซี “คําถามนี้ถ้าหากเจ้าไม่ตอบข้า เช่นนั้นบอกข้าอีกเรื่องสิ ซวนหยวนจิ่วเยี่ยตัวจริงอยู่ที่ไหนหรือ ?”
นางเคยสัญญากับชิงอวิ๋นว่าจะช่วยเขาถามจิ่วเยี่ยเกี่ยวกับเรื่องนี้
จิ่วเยี่ยรู้ทัน เขาหลบสายตา กล่าวถามนาง “เพื่อเขารึ ?”
“ข้าอยากจะฝ่าฝืนสัญญาให้เขาหายตัวไป” น้ำเสียงของจิ่วเยี่ยเคร่งขรึมน่าหวาดกลัว
มู่เฉียนซีพูดอย่างคนจนปัญญา “จิ่วเยี่ย ชิงอวิ๋นเป็นเพื่อนข้า ข้าเพียงแค่ช่วยเพื่อนทําเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ข้าทําได้เท่านั้นเอง เจ้าก็เป็นเพื่อนข้า เช่นกัน แน่นอนว่าข้าจะช่วยเหลือเจ้า หากมีสิ่งใดที่เจ้าต้องการ