มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง “ฮองเฮาเรียกพบข้ารึ ?”
ก่อนหน้านี้มู่เฉียนซีนางเคยอ่านพระราชประวัติของฮองเฮามา เดิมทีพระองค์เป็นน้องสาวของผู้นำตระกูลโอวหยาง มีนามว่าโอวหยางหว่าน
ฮองเฮาได้มีสถานะสูงส่งเช่นทุกวันนี้ เป็นเพราะการสนับสนุนจากตระกูลโอวหยางเมื่อครั้งอดีต พระองค์จึงกลายเป็นฮองเฮา อีกทั้งนางยังให้กำเนิดพระราชโอรสเพื่อสืบทอดเป็นองค์รัชทายาทต่อไปด้วย
แต่เป็นเพราะเมื่อสิบหกปีก่อน พระองค์แท้งโอรสพระองค์ที่สอง หลังจากนั้นมา พระองค์จึงไม่สนใจเรื่องบ้านเมืองอีกเลย ได้แต่ใช้ชีวิตอย่างสงบเพื่อศึกษาธรรมะ ไหว้พระสวดมนต์ตลอดมา
ปัจจุบันตระกูลโอวหยางถูกทำลายล้าง ฮองเฮาโอวหยางหว่านจึงเป็นตระกูลโอวหยางพระองค์เดียวที่มีชีวิตรอดอยู่ วันนี้ พระองค์ทรงเรียกตัวมู่เฉียนซีเข้าวัง
มีสัญญาณบางอย่างบ่งบอกว่าตระกูลมู่เป็นผู้ลงมือทำลายล้างตระกูลโอวหยาง ฮองเฮาเรียกตัวนางไปเข้าเฝ้า พระองค์คิดจะทำการใด ?
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่อาจคาดเดาได้ว่าฮองเฮาผู้มีจิตใจศึกษาธรรมะมาตลอดพระองค์นี้คิดทำการใด ทว่าการเรียกตัวเข้าวังหลวงครานี้ นางจำต้องไปเผชิญหน้าดูสักครา
ข่าวเรื่องที่ฮองเฮาเรียกตัวมู่เฉียนซีเข้าเฝ้าในวังหลวง เป็นเรื่องที่ทำให้เหล่าบรรดาขุนนางและเหล่าไพร่ฟ้าตกตะลึง
ซวนหยวนจือกล่าวขึ้น แววตาเขาแฝงความประหลาดใจยิ่ง “ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ฮองเฮามิเคยเรียกข้า มาวันนี้กลับเรียกตัวนางเด็กมู่เฉียนซีเข้าเฝ้า ช่างแปลกนัก