ขาปรากฏตัวขึ้นในแคว้นจื่อเยี่ย เข้าวังหลวงมารักษาอาการประชวรของฮ่องเต้ นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นท่านพ่อของเจ้า ในตอนนั้น ข้าไม่คิดฝันมาก่อนว่าใต้หล้านี้จะมีบุรุษเก่งกาจเช่นท่านพ่อเจ้าอยู่…” ท่าทีของพระองค์ดูเหมือนนางมารที่กำลังตกอยู่ในภวังค์
มู่เฉียนซีได้รู้ถึงเรื่องราวท่านพ่อของตนเอง ทว่าดวงตาที่ร้อนแรงของฮองเฮาทำให้นางขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิด
“เกียรติยศของเขานั้นมิอาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เขาเป็นเหมือนจักรพรรดิที่สวรรค์ส่งมา สายเลือดอันสูงส่งสามารถยอมจำนนต่อเขาได้ …และเจ้า ซีเอ๋อร์ เจ้านับวันยิ่งเหมือนท่านพ่อของเจ้ามาก”
ดูเหมือนว่าฮองเฮาตกอยู่ในภวังค์ของความทรงจำอันยาวนาน จ้องมองมู่เฉียนซีด้วยความหลงใหลหมกมุ่น
เวลานี้ มู่เฉียนซีเกิดความรู้สึกสงสัยระคนแปลกใจ ในใจก็ได้แต่ร้องโหยหวน‘ท่านพ่อ! ท่านหว่านเสน่ห์ให้สตรีแล้วทิ้งให้นางตกอยู่ในภวังค์เช่นนี้รึ ?’
สายตาที่หลงใหลประหนึ่งสตรีบ้าบุรุษเช่นนี้ มู่เฉียนซีนางคุ้นเคยดี
“ใต้หล้านี้นอกจากเขา ก็ไม่มีบุรุษผู้ใดที่มีค่าพอ เขาเป็นบุรุษที่ดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”
— ปัง! —
ทันใดนั้นประตูตำหนักถูกผลักอย่างรุนแรง ฮ่องเต้ในฉลองพระองค์ลายมังกรทองพรวดพราดเข้ามา อารมณ์โกรธกรุ่นปรากฏบนใบหน้า ตะเบ็งเสียงกล่าวว่า “พอได้แล้ว!”
.