าไปก่อน”
“คุณชายมู่ ข้าจะไปส่งท่านเอง” ไป๋มู่เฟิงกล่าว ท่าทางกระตือรือร้นไม่ปกปิด
“ไม่เป็นไร ข้าจะกลับไปเอง”
เงาร่างสีม่วงพลันหายไปต่อหน้าเขา ช่างเป็นภาพที่สวยงามราวกับดอกไม้ในกระจกหรือพระจันทร์ในสายน้ำก็มิปาน ทว่าไป๋มู่เฟิง เขานั้นรู้ว่าชายหนุ่มงดงามราวปีศาจมีอยู่จริง พวกเขาจะต้องได้พบกันอีกครั้งเป็นแน่แท้
หอหมอปีศาจได้นักปรุงยาหลายท่านมาคุมสถานการณ์ หอยาแห่งนี้อยู่ตัวขึ้นมา เยวี่ยเจ๋อเป็นผู้คอยอยู่เฝ้าจัดการดูแลเรื่องบางเรื่อง ส่วนจวินโม่ซีตัดสินใจที่จะไปกับมู่เฉียนซี
ตามนางผู้นี้ไป ถึงจะมีของอร่อย ๆ ให้กิน
เยวี่ยเจ๋อกล่าวขึ้น “เจ้าอย่าได้ไปสร้างปัญหาเพิ่มให้พี่ใหญ่ระหว่างทางเสียเล่า”
จวินโม่ซีกล่าวประหนึ่งไม่ได้ฟังคำเตือนของเยวี่ยเจ๋อ “ข้าอยากกินกระต่ายย่าง ไก่กระบอก แกะย่างยกตัว…”
“เจ้าคนเห็นแก่กิน พี่ใหญ่จะกลับแคว้น ไม่ได้ไปหาของกินในป่า” เยวี่ยเจ๋อเริ่มมีน้ำโห
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็พาจวินโม่ซีผู้เห็นแก่กินกลับแคว้น ระหว่างทางยังถือว่านิ่งสงบอยู่ ทว่าต่อมาไม่นาน…
“หิว!”
ดวงตาใสน่าสงสารมองมาที่มู่เฉียนซี นางกล่าวสวนทันที “อยากกินรึ ? จัดการเอาเองสิ”
“ได้!”
ไม่นานนัก จวินโม่ซีหายวับไป ทันใดนั้นมีจิตสังหารปรากฏขึ้นมาพร้อมเสียงอันไม่น่าฟังของชายพเนจรผู้หนึ่ง “ผู้นำตระกูลมู่ พวกเราได้พบกันอีกแล้ว”
“อา… ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะปีนออกมาจากที่นั่นได้” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วขึ้น
“ผู้นำตระก