่ซีกล่าวอย่างช้า ๆ “แม้วิญญาณกู่จะตายไปแล้ว แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่เคยถูกวิญญาณกู่เข้าร่าง จะไม่มีวันเพิ่มความแข็งแกร่งได้อีก ครานี้นางตกม้าตายลงจริง ๆ เสียแล้ว นับจากนี้ต่อไป ต่อให้นางมีชีวิตอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น”
มู่เฉียนซีมองจวินโม่ซี นางกล่าวติดตลก “ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ถึงธาตุแท้ของความเจ้าเล่ห์ของข้าแล้วสิ”
จวินโม่ซีกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว ใครใช้ให้ข้าชาญฉลาดกว่าเจ้านี่กัน”
“เจ้าเด็กน้อย เจ้าต้องระวังตัวให้ดี วันนึงข้าจะจับเจ้าเป็นหนูทดลองยา”
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ต้องปกป้องข้านะ” เยวี่ยเจ๋อกล่าวพลางทำทีวิ่งไปหลบด้านหลังมู่เฉียนซี
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากมู่เฉียนซี หลังสิ้นสุดการประลองอันหนักหน่วงก็ได้เห็นฉากที่ยากจะเห็น เวลานี้ดูเหมือนว่านางจะรู้สึกผ่อนคลาย เบิกบานใจไม่น้อยเลย
สาเหตุที่มู่เฉียนซีจำต้องอยู่ที่แคว้นชิงต่อ ประการแรกเพื่อที่นางจะได้จัดการเรื่องหอหมอปีศาจ อีกประการหนึ่งคือนางต้องไปดูอาการป่วยที่จวนท่านกั๋วกง
ในที่สุดเจ็ดวันหลังจากนั้นก็มาถึง ไป๋มู่เฟิงมารอมู่เฉียนซีที่หอหมอปีศาจตามคำนัดหมาย เมื่อเขาได้เห็นบุรุษหนุ่มรูปงามดั่งสตรีอีกครั้ง เขาก็ยังคงตกตะลึงกับรูปลักษณ์ที่งดงามเช่นนี้ไม่หาย
มู่เฉียนซีโบกมือ กล่าวว่า “เจ้าเหม่อลอยอะไร ? ไปจวนท่านกั๋วกงกันเถอะ”
ไป๋มู่เฟิงพยักหน้า กล่าวว่า “อา… ได้ ไปกัน…”
มาครานี้ มู่เฉียนซีไม่จำเป็นต้องปรุงยาที่จวน