ร่างในชุดสีขาวพระจันทร์เดินเข้ามาขวางหน้ามู่เฉียนซีไว้ “เหล้าจอกนี้ข้าดื่มแทนเฉียนซีเอง เจ้าจะว่าอย่างไร ?”
“ช้าก่อน! แผลของเจ้ายังไม่หายดี จะดื่มได้อย่างไร ?” ซวนหยวนหลี่เทียนรีบกล่าวแทรกขึ้น สีหน้าเคร่งขรึมระคนไม่พอใจ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับมู่เฉียนซีด้วยเสียงต่ำลึก “มู่เฉียนซี มารยาเจ้ายอดเยี่ยมยิ่งนัก ยั่วยวนเยวี่ยเจ๋อกับราชาโอสถไม่พอ ยังทำให้อวิ๋นอ๋องบุรุษผู้นิ่งสงบดั่งสายน้ำเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้”
ทันใดนั้น มู่หรูอวิ๋นเดินเข้าไปพิงร่างซวนหยวนหลี่เทียน นางกล่าวพลางทำท่าทีออดอ้อน “ท่านพี่หลี่เทียน บาดแผลยังไม่หายดีเหตุใดถึงออกมาเดินเยี่ยงนี้เล่า ข้าคารวะให้ซีเอ๋อร์จอกนี้เรียบร้อยแล้ว ข้าจะพาท่านกลับไปพัก”
มู่หรูเหยียนกล่าว สีหน้านางกลัดกลุ้มเล็กน้อย “ซีเอ๋อร์ ถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็นวันที่น่ายินดี เจ้าดื่มรับคารวะจากอวิ๋นเอ๋อร์สักจอกเถอะ ขืนชักช้ากว่านี้ ประเดี๋ยวร่างกายหลี่อ๋องเห็นทีจะไม่ไหว”
มู่เฉียนซีค่อย ๆ ยกจอกเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากอย่างช้า ๆ “อา… คำพูดนี้ของเจ้าดูเหมือนว่าหากข้าไม่ดื่ม อาการหลี่อ๋องจะกลายเป็นความผิดของข้า เช่นนั้นข้าคงต้องดื่ม”
มู่หรูอวิ๋นปั้นหน้าจริงจัง กล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ ข้าขอคารวะเจ้าหนึ่งจอก”
หลังจากที่ทั้งสองกระดกเหล้าจอกนี้หมด มู่หรูอวิ๋นพาซวนหยวนหลี่เทียนกลับไปพักอย่างเบิกบานสราญอารมณ์ นางนั้นจัดเป็นสตรีผู้หนึ่งที่มีพรสวรรค์ จัดเป็นอัจฉริยะ ร่างของนา