ย่างเกียจคร้าน “มู่หรูอวิ๋น มีอะไรก็พูดมาเร็ว ๆ เถอะ ข้าต้องการกลับไปนอนพักแล้ว”
— กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! —
มู่หรูอวิ๋นไม่กล่าวคำใด กลับหยิบกระดิ่งขึ้นมาแกว่งเบา ๆ จากนั้นนางยิ้ม กล่าวอย่างนุ่มนวล “มู่เฉียนซี ตอนนี้เจ้ารู้สึกวิงเวียนศีรษะบ้างหรือไม่ ? เจ้าคงจะคิดไม่ถึงสิท่าว่าข้าจะใส่อะไรบางอย่างลงไปในเหล้าจอกนั้น มันไม่ใช่ยาพิษ เพราะฉะนั้นไม่มีใครหาสิ่งแปลกประหลาดในจอกเหล้านั่นเจอแน่”
— กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! —
“ฮ่า ๆ ๆ ต่อไปนี้เจ้าจะกลายเป็นหุ่นเชิดที่ฟังคำสั่งของข้าแต่เพียงผู้เดียว…”
“อะ… อ๊า!”
ทันใดนั้นเอง มู่หรูอวิ๋นกรีดร้องพลันรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม นางพยายามกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อเรียกสติ ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น นางกล่าวด้วยใบหน้าไม่อยากเชื่อ “ข้า… ข้าปวดหัวมาก มันเกิดอะไรขึ้น ?”
มู่เฉียนซียื่นมือออกไปฉวยเอากระดิ่งจากมือนางมา ผู้ที่ควบคุมกระดิ่งในเวลานี้กลายเป็นมู่เฉียนซีแทน นางกล่าว เผยรอยยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะฉายชัดไม่ปกปิด
“ถึงแม้ว่าเจ้าจะได้วิญญาณกู่และกระดิ่งสะกดวิญญาณมา แต่ตัวเจ้าเองกลับดื่มด่ำวิญญาณกู่เข้าไปโดยไม่รู้ตัว เจ้าช่างโง่เง่าหาเหาใส่หัวดีแท้!”
“มู่เฉียนซี! เจ้า… เจ้า…”
มู่เฉียนซีแสร้งยิ้มอย่างไม่มีพิษภัย “อืม… ข้าเปลี่ยนจอกเหล้าตอนไหนเจ้าไม่รู้ เจ้าไม่รู้ตัว เฮ้อ! เจ้าไม่ฉลาดเอาเสียเลยหรูอวิ๋น”
มู่หรูอวิ๋นโกรธแทบกระอักเลือด นางกล่าวอย่างกระวนกระวาย “อ๊