— ตูม! ตูม! —
เสียงกึกก้องกัมปนาทดังขึ้นกลางเวทีประลอง
ซวนหยวนชิงอวิ๋นไม่พ่ายแพ้ต่อการโจมตีอันรุนแรงของสัตว์วิญญาณระดับห้า เขายังมีพลังตอบโต้กลับได้ นี่ถือเป็นเรื่องน่าทึ่ง แต่มู่เฉียนซีรู้ดีว่าชิงอวิ๋นเป็นผู้สืบทอดของจักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋น ดังนั้นความแข็งแกร่งของเขาจึงถือว่าไม่เลวร้ายนัก หากสู้กันอาจจะพอถูไถ
ความแข็งแกร่งของสัตว์วิญญาณระดับห้า ไม่ใช่ว่าผู้ใดจะมาดูถูกได้ การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน หลังจากการต่อสู้อันรุนแรง ซวนหยวนชิงอวิ๋นผู้สวมชุดคลุมขาวส่องแสงสว่างราวสีของดวงจันทร์ เวลานี้เปื้อนเปรอะไปด้วยเลือด
ร่างเฮาฉางเซิ่งโผล่เข้ามา ลอบโจมตีซวนหยวนชิงอวิ๋นไม่รอช้า
“เจ้าร้ายกาจมากนักมิใช่รึ ? เพียงข้ากวาดตามองผ่านเก้าสมาชิกของสำนักศึกษา ก็รับรู้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!”
ไหล่ซ้ายของซวนหยวนชิงอวิ๋นถูกเจาะทะลุ เผยให้เห็นรอยเลือดที่มองเห็นถึงกระดูกลึก ๆ โลหิตแดงฉานไหลออกมาช่างดูน่าสะพรึงยิ่งนัก
มู่เฉียนซีตะโกนก้อง “พอได้แล้วชิงอวิ๋น!”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นกำดาบยาวในมือแน่น ลอบถอนหายใจก่อนจะกล่าวว่า “ข้ายอมรับความพ่ายแพ้”
ร่างสีม่วงพุ่งเข้ามา มู่เฉียนซีรีบพาซวนหยวนชิงอวิ๋นลงจากเวที
“พี่สาม”
ซวนหยวนหลี่เทียนได้สติขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บสาหัส เมื่อเห็นมู่เฉียนซีกำลังช่วยซวนหยวนชิงอวิ๋น พลันตัวแข็งทื่อไป ครั้งที่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนางจะให้เขายอมแพ้ ก็ยั