งโดนพิษตาบอดไปชั่วคราว นางโจมตีต่อไปไม่ลังเล
“บุปผาหลั่งสายฝน!”
“วารีสะท้านสวรรค์!”
“ผนึกมังกรวารี!”
มู่เฉียนซีดูเหมือนไม่กลัวการสิ้นเปลืองพลังลมปราณเลย การโจมตีธาตุวารีอันทรงพลังของนาง ตกลงมาจากด้านบนอย่างบ้าคลั่ง
เฮาฉางเซิ่งไม่สนใจบาดแผลของตัวเอง เขาออกจากวงล้อม รุดเข้าหามู่เฉียนซีก่อนจะกล่าวอย่างดุร้าย “แม้ว่ากลยุทธ์ของเจ้าจะแปลกประหลาด ทําให้ผู้คนไม่สามารถป้องกันได้ และพลังวิญญาณก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ความแข็งแกร่งระดับสี่ของข้า ข้ามั่นใจนักว่าเจ้าไม่สามารถดิ้นรนเพื่อเอาชนะข้าได้ สตรีกระจอกงอกง่อยอย่างเจ้า ไสหัวไปจากเวทีประลองเดี๋ยวนี้!”
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงหยอกล้อดังขึ้นในหูของเฮาฉางเซิ่ง
“ฮิ ๆ ๆ เจ้าช่างกล้าเอ่ยวาจารุกไล่ ไหนเจ้าจะให้ใครไสหัวลงเวที ใครกัน ตัวเจ้าเองหรืออย่างไร ?”
เวลานี้ แมวขาวอู๋ตี้นั่งยอง ๆ อยู่บนไหล่ของเขา กรงเล็บแหลมคมของมันวางตรงคอของเขา
เพียงแค่มันเคลื่อนไหวเบา ๆ เขาก็จะตายทันที
เขามองเฮยเว่ย สัตว์พันธสัญญาของตัวเองด้วยร่างและแววตาอันแข็งทื่อ ทันใดนั้น พลันพบว่างูเหลือมขนาดมหึมาตัวนั้นไม่มีเกล็ดบนร่างมันหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว มันเปลือยเปล่าทั้งยังเต็มไปด้วยเลือดอาบ ช่วงหัวอันน่าเกรงขามของมัน บัดนี้ล้มลงกับพื้น ลมหายใจรวยรินอ่อนแรง
มู่เฉียนซีขมวดคิ้ว “อู๋ตี้ เจ้าช้าเกินไป”
“นายท่าน ข้ารู้ผิดแล้ว ข้าไม่คิดว่าการถลกเอาเกล็ดงูเล็ก ๆ นั่นออกมาจะสนุกถึงเ