โฮกกกก!”
ไม่นาน เกล็ดของงูเหลือมดําเฮยเว่ย ถูกกรงเล็บเจ้าแมวอู๋ตี้ฉีกทึ้ง มันร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดที่พุ่งเข้าเล่นงาน
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
ภายใต้การโจมตีของอู๋ตี้ที่รวดเร็วราวสายฟ้าแลบ เกล็ดสีดํานับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงพื้น
— ตูม! ตูม! ตูม! —
งูเหลือมดำพยายามอย่างบ้าคลั่งที่จะจับลูกแมวเจ้าเล่ห์น่ารังเกียจอู๋ตี้ ทว่ามันคว้าน้ำเหลว
เมื่อเห็นว่าสัตว์พันธสัญญาของตนมีบาดแผลนับไม่ถ้วน เฮาฉางเซิ่งตกใจอย่างมาก รีบวิ่งเข้าหามู่เฉียนซี
เจ้าแมวขาวนั่นร้ายกาจนัก มันร้ายกว่างูเหลือมดําของเขาเสียอีก เขาสิ้นไร้ที่พึ่ง ไม่อาจพึ่งพาสัตว์พันธสัญญาของตนเองได้อีกต่อไป เขาจะชนะได้ก็ต่อเมื่อจัดการกับสตรีผู้นี้
สตรีผู้นี้เป็นเพียงจอมภูตระดับสองเท่านั้น ช่างง่ายต่อการจัดการนัก
“ผนึกมังกรวารี!”
ขณะที่บุรุษผู้หยิ่งผยองในตนเองกําลังใกล้เข้ามา มู่เฉียนซีใช้พลังโจมตีออกไปอย่างไม่เกรงใจ
เฮาฉางเซิ่งกล่าวอย่างเย็นชา “เหอะ! จอมภูตธาตุวารีรึ ? พลังยังอ่อนแอเกินไป ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!”
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
ฉับพลันทันใด กับดักยานับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมา ส่งพิษจํานวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกไป มันรวดเร็วอย่างยิ่งจนเฮาฉางเซิ่งเร่งโบกแขนเสื้อเพื่อปัดมัน เขากล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว “บัดซบ! สตรีกระจอกเจ้าเล่นอะไร ?”
“อ๊าก! ตาของข้า ตาของข้ามองไม่เห็นแล้ว”
“หึ ๆ ๆ บุปผาหลั่งสายฝน! ทำลายมันซะ”
มู่เฉียนซีฉวยโอกาสตอนที่เฮาฉางเซิ่