ักศึกษาแคว้นจื่อเยี่ยของพวกเจ้าไม่มีคนแล้วหรือ ? หากไม่มีผู้ใดกล้าเสนอหน้าขึ้นมาแล้ว ก็จงยอมยอมแพ้ไปเสีย!”
ร่างสีม่วงลอยขึ้นไปบนลานประลอง เสียงเย็นชาดังขึ้นในทันใด “ใครบอกว่าสำนักศึกษาแคว้นจื่อเยี่ยของเราไม่มีใครแล้ว ข้าผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มยังไม่ได้ลงสนาม”
เฮาฉางเซิ่งหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่มีใครแล้วจริง ๆ จอมภูตขั้นสูงสุดระดับเก้ายังพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช เจ้าเป็นจอมภูตระดับสองยังจะกล้าออกมาสู้ มาเพื่อตายรึ ?”
มู่เฉียนซีค่อย ๆ อุ้มเจ้าแมวสีขาวหิมะออกมา ยิ้มเยือกเย็นให้คู่ต่อสู้ตรงหน้าก่อนจะแค่นเสียงกล่าว “เฮาฉางเซิ่ง เจ้าคิดว่าเจ้ามีสัตว์พันธสัญญาเพียงผู้เดียวรึ ? ข้าก็มี”
สายตาทุกผู้ทุกคนจับจ้องมองก้อนปุย ๆ สีขาวในอ้อมกอดของมู่เฉียนซี เวลานี้มิมีผู้ใดเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เฮาฉางเซิ่งยิ้มหยัน พลางกล่าว “เจ้านี่ถือเป็นสัตว์วิญญาณชนิดใดกันล่ะ ตัวเล็กกระจ้อยร่อยเท่านี้ ยัดใส่ซอกฟันเฮยเว่ยของข้ายังไม่พอ”
อู๋ตี้สั่นหูเล็ก ๆ น่ารักของมันก่อนจะกล่าวโต้ “ข้าอู๋ตี้ผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้า ที่เจ้าบอกว่าให้ข้ายัดฟันอัปลักษณ์ของงูโสโครกนั่นยังไม่พอ แล้วเราจะได้รู้กัน”
“ดี เจ้าประสบความสําเร็จในการดึงดูดความสนใจของข้าแล้ว เช่นนั้นวันตายของเจ้าก็มาถึงแล้ว”
อู๋ตี้พุ่งออกไป ร่างนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ
ทุกคนเบิกตากว้าง “นี่มันสัตว์วิญญาณอะไรกัน เหตุใดจึงรวดเร็วเช่นนี้ ?”
“