ถูกมู่เฉียนซีเลือกให้ไปเป็นผู้ประลองในรอบนี้ มู่หรูเหยียนผงะไป จากนั้นกล่าวขึ้นว่า “ซีเอ๋อร์ ข้า… เอ่อ… เกรงว่าข้าจะมิอาจสู้ได้ ข้าเป็นเพียงแค่จอมภูตระดับหนึ่ง คู่ต่อสู้เป็นถึงจอมภูตระดับสาม ข้าเกรงว่า… ขนาดหลี่อ๋องยัง… ฮือ ๆ ๆ”
มู่หรูเหยียนกล่าว นางตัวสั่นงันงก ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ทว่าคนอื่น ๆ เห็นท่าทางนางก็อดที่จะสงสารนางไม่ได้ พวกเขามิอาจทนเห็นสตรีบอบบางเช่นนี้ขึ้นไปเป็นกระสอบทรายให้กับคู่ต่อสู้ได้
— แปะ! แปะ! แปะ! —
มู่เฉียนซีปรบมือ จ้องมองมู่หรูเหยียนไม่วางตา
“มู่หรูเหยียน ฝีมือการแสดงของเจ้ายอดเยี่ยมยิ่งนัก หากเจ้าขึ้นไปใช้ทักษะนี้บนเวทีการประลอง คู่ต่อสู้ต้องโดนเจ้าฆ่าอย่างง่ายดาย ดังนั้น เจ้าไปเถอะ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องชนะ”
เมื่อมู่เฉียนซีกล่าวจบ ทุกคนเงียบ ทุกสายตาจ้องมองมายังนางอย่างตะลึงงัน
“ในเมื่อข้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม เช่นนั้นทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามคำสั่งของข้าใช่หรือไม่ ? ทำไมรึ ? มู่หรูเหยียน เจ้าคิดขัดคำสั่งของหัวหน้ากลุ่มรึ ?”
มู่หรูเหยียนลอบกัดฟันแน่น รู้สึกโกรธขึ้งทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายกล่าวเสียงต่ำว่า “ในเมื่อหัวหน้าเลือกข้า ข้าก็จะทำให้ดีที่สุด”
จากนั้นสตรีผู้งดงามราวบุปผาขาวอันบอบบางไปปรากฏตัวตรงหน้าลู่กุ้ย แม้ว่าก่อนหน้านี้ลู่กุ้ยจะต่อสู้กับซวนหยวนหลี่เทียนอย่างดุเดือด ทว่ากับมู่หรูเหยียนผู้งดงาม เขาลงมืออย่างโหดร้ายเช่นนั้นไม่ลง
ท่าทางอันน่าสงสารของนาง