กอปรกับทักษะการแสดงละครชั้นครูของมู่หรูเหยียน ลู่กุ้ยสูญเสียสมาธิไปชั่วขณะทันที
— ตูม! ตูม! ตูม! —
ร่างของลู่กุ้ยกระเด็นร่วงลงไปจากเวทีการประลอง จากนั้นเขายิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวขึ้นว่า “ข้ายอมแพ้แล้ว”
จางจวินดุด่าอย่างโกรธเคืองในทันใด “บัดซบ! เห็นสตรีแล้วลืมหน้าที่ เจ้ามาพ่ายแพ้ให้กับสตรีเช่นนี้ บัดซบแท้ ๆ”
“พวกเจ้าขึ้นไป!”
หลังจากการประลองการจัดอันดับผู้อัจฉริยะครั้งที่แล้ว ความแข็งแกร่งของมู่หรูเหยียนพัฒนาขึ้นไม่น้อยเลย อย่างน้อยจอมภูตระดับสามทั้งห้าคนของสำนักศึกษาแคว้นชิงก็พ่ายแพ้อย่างอนาถภายใต้ภาพมายาของนาง
และในตอนนี้นั้น พวกเขาไม่ยอมอ่อนข้อให้กับสตรีอีกต่อไป คู่ต่อสู้โหดร้ายขึ้นเรื่อย ๆ นางจึงจำเป็นต้องเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมา
สหายร่วมสำนักศึกษาแคว้นจื่อเยี่ย รวมไปถึงมู่หรูอวิ๋นล้วนทึ่งกับพลังที่อยู่ตรงหน้า “โอ้! พี่หรูเหยียนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ ?”
คู่ต่อสู้ทั้งห้าจากสำนักศึกษาแคว้นชิงพ่ายแพ้ให้แก่นาง ช่างเป็นเรื่องดีจริง ๆ
ลำดับต่อไป คู่ต่อสู้ของนางเป็นจอมภูตระดับสี่ มู่หรูเหยียนเป็นสตรีชาญฉลาด นางไม่ยอมให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ เมื่อรู้ว่าไม่สามารถเอาชนะได้ นางก็ยอมจำนนแต่โดยดี
นางยิ้ม กล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ซีเอ๋อร์ ข้าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว การประลองลำดับต่อไปก็ขึ้นอยู่กับซีเอ๋อร์แล้ว ข้าเชื่อว่าซีเอ๋อร์จะต้องชนะ”
ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างบุรุษชุดขาวผ่องก้าวเ