ลันทันใดชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
ท่านลุงวัยกลางคนผู้นี้ มีใบหน้าสง่างาม ท่าทางองอาจ เขาแผ่กลิ่นอายแบบผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้า
“ท่านเป็นใคร ?” มู่เฉียนซีเอ่ยถาม
ซวนหยวนชิงอวิ๋นลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำนิ่งสงบ เขากล่าวอย่างช้า ๆ ว่า “ข้าคิดว่าท่านคงเป็นจักรพรรดิแห่งขวางอวิ๋น สุสานของจักรพรรดิขวางอวิ๋นผู้ที่เคยได้ยึดครองทั้งดินแดนเซี่ยโจวเมื่อสามพันปีก่อนอยู่บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เองรึ ?”
ชายวัยกลางคนมองซวนหยวนชิงอวิ๋นด้วยสายตาร้อนราวกับคบเพลิง “เจ้าสามารถจดจําตัวตนของข้าได้ ไม่เลวเลย เมื่อก่อนข้าพ่ายแพ้ให้กับจักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้ที่ทางเหนือ และได้รับบาดเจ็บสาหัสชนิดที่ว่ายากจะรักษา ทำได้เพียงแค่สร้างสุสานไว้ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อรอผู้ที่มีชะตาต้องกันมาสืบทอดตำแหน่งขวางอวิ๋นของข้า… มรดกของจักรพรรดิสงคราม”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าวว่า… “เฉียนซีสามารถใช้กระบี่มังกรเพลิงของพระองค์ได้ ดังนั้นเฉียนซีคงจะเป็นทายาทที่พระองค์ตามหาเป็นแน่” กล่าวจบซวนหยวนชิงอวิ๋นมองมู่เฉียนซี เขาดีใจที่นางได้รับมรดกเช่นนี้
ในสองพันปีที่ผ่านมา ทั้งทวีปเซี่ยโจวมีบุคคลระดับจักรพรรดิปรากฏมาเพียงสองคนเท่านั้น ผู้หนึ่งคือจักรพรรดิขวางอวิ๋น อีกผู้หนึ่งคือจักพรรดิปิงเสว่หลิงตี้
เมื่อมีคนได้รับมรดกของเขา ก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิและเป็นอันดับหนึ่งของทวีปเซี่ยโจว
ทว่าส