มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “หือ ? คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีอำนาจของความเป็นโอรสอยู่บ้าง “
ไป๋มู่เฟิงยิ้มเจื่อน ๆ “หากไม่มีอำนาจแม้แต่น้อย เช่นนั้นคงทําให้ท่านปู่ต้องผิดหวัง”
“เฮ้! องค์ชายช่างเหลวไหลเสียจริง”
“ใช่ ถ้าท่านกั๋วกงเป็นอะไรไป ใครจะรับภาระนี้ได้”
“นายท่านรองดูนั่นสิ…” พวกเขาพากันมองไปที่ไป๋จื้อหลิน
ไป๋จื้อหลินกล่าว “ในเมื่อมู่เฟิงเชื่อในตัวหมอปีศาจคนนี้ ก็ให้เขาลองดูเถอะ เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับท่านพ่อจริง ๆ ก็ไม่ใช่ความผิดของปรมาจารย์ทุกท่าน”
เมื่อได้ยินคําพูดของไป๋จื้อหลิน พวกเขารู้สึกดีใจที่เจ้าเด็กนั่นปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ มิเช่นนั้น หากพวกเขาทำการรักษาออกมาไม่ดี คงยากที่พวกเขาจะไม่มีปัญหากับราชวงศ์และคนจวนกั๋วกง บัดนี้มีแพะรับบาปโผล่เข้ามา สวรรค์ช่างช่วยพวกเขาดีแท้
พวกเขาเหลือบมองเข้าไปในห้องของจวนกั๋วกงอย่างเหยียดหยาม พวกเขาไม่เชื่อแม้สักนิดว่าเจ้าเด็กนี่จะสามารถช่วยชีวิตกั๋วกงได้
บนเตียงมีชายชราคนหนึ่งหมดสตินอนอยู่ ใบหน้าเขาซีดเผือด สภาพร่างกายของเขาอ่อนแอ ลมหายใจรวยริน มู่เฉียนซีจับชีพจรของเขา เปิดเปลือกตาและตรวจสอบสีผิวชายชราอย่างละเอียด
ไป๋มู่เฟิงถามอย่างกระวนกระวายใจ “คุณชายมู่ ท่านปู่ข้า…” บรรดาหมอชราที่อยู่ด้านนอกนั้น สาธยายเหตุผลออกมาต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีใครกล่าวถูกประเด็นเลย
มู่เฉียนซีในร่าง ‘มู่ซี’ กล่าว “เอากระดาษมา ข้าจะเขียนใบสั่งยา”