น่อย”
‘พี่ใหญ่มีจิตสำนึกของความเป็นสตรีบ้างสิ!’ เยวี่ยเจ๋อบ่นหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในใจ อย่างไรซวนหยวนจิ่วเยี่ยก็เป็นบุรุษ พี่ใหญ่ไม่รับรู้ถึงอันตรายบ้างเลยหรืออย่างไรกัน ? เยวี่ยเจ๋อคิดจะเกลี้ยกล่อมอะไรบางอย่าง ทว่าถูกสายตาอันเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยดักไว้เสียก่อน
“พาเขาไปเดี๋ยวนี้!” มู่เฉียนซีย้ำ
คำสั่งของพี่ใหญ่นั้น ตัวเขามิอาจขัดได้ แม้ในใจเยวี่ยเจ๋อจะไม่อยากทำ เขาก็ยังคงต้องทำอยู่ดี
“เชิญทางนี้”
ทันทีที่มู่เฉียนซีเดินออกมาจากประตู เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น “อ๊า! มู่เฉียนซี จะ… เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ?!”
ร่างร่างหนึ่งในชุดสีขาวเดินเข้ามา น้ำตาคลอหน่วย “ซีเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นห่วงเจ้ามากเพียงใด ?”
สำหรับซวนหยวนหลี่เทียน เมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยในชุดสีม่วงพลันรู้สึกโล่งใจ นั่นมู่เฉียนซี โชคดีที่นางไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ทว่าเขากลับกล่าววาจาตำหนินาง “กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วก็ไม่บอกให้ทุกคนทราบ เจ้าไม่รู้รึว่าทุกคนกำลังเป็นห่วงเจ้าอยู่ ?”
สายตามู่เฉียนซีกวาดมองมู่หรูเหยียน ผ่านไปยังมู่หรูอวิ๋น “โอ้! เป็นห่วงข้ารึ ? ยากนักที่จะได้เห็นอะไรเช่นนี้ หลี่อ๋อง การที่ข้ากลับมาอย่างปลอดภัย เกรงว่าจะเป็นการทำให้ท่านและแม่นางทั้งสองต้องผิดหวังเสียมากกว่า”
ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าวอย่างกรุ่นโกรธ “มู่เฉียนซี ทุกคนล้วนแต่เป็นห่วงเจ้าจากใจจริง เจ้าคิดว่าทุกคนไร้ความรู้ส