ึก ไร้เหตุผลเยี่ยงเจ้าหรืออย่างไร ?!”
ทันใดนั้นความโกรธวาบผ่านดวงตาเยวี่ยเจ๋อ “หลี่อ๋อง สตรีที่ไปกับท่านมีตั้งสองคน เหตุใดพวกมันจึงถอยจากท่าน เหตุใดราชาแห่งภูติผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นทั้งหมดถึงได้หันไปตามไล่ฆ่าพี่ใหญ่ผู้เดียว เหตุใดท่านไม่ใช้สมองไตร่ตรองดูเล่า”
เยวี่ยเจ๋อหันไปมองมู่หรูเหยียนและมู่หรูอวิ๋น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่าให้ข้าต้องถึงกับจับมือพวกเจ้าดมเลย มิเช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้ายิ่งกว่าตายทั้งเป็น”
มู่เฉียนซี “เยวี่ยเจ๋อ ไปกันเถอะ อย่าเสียเวลาต่อปากต่อคำกับคนพวกนี้เลย”
ซวนหยวนหลี่เทียนผงะไปครู่หนึ่ง คำที่เยวี่ยเจ๋อกล่าวเมื่อครู่นั้นใช่ว่าจะไร้เหตุผล ครั้นแล้วเขามองไปที่มู่หรูอวิ๋น เขารู้ว่าสตรีผู้นี้มิได้จิตใจดีอย่างที่เห็น แท้ที่จริงแล้วจิตใจแม่นางผู้นี้นั้นร้ายกาจยิ่งกว่าแมงป่อง ทว่าทุกครั้งที่นางแสดงท่าทางอ่อนแอน่าสงสาร เขากลับใจอ่อนต่อนางทุกคราไป
มู่หรูอวิ๋นถูกซวนหยวนหลี่เทียนจ้องมองด้วยสายตาดุดัน นางอดที่จะรู้สึกขนลุกไม่ได้จึงเอ่ยปากกล่าวว่า “ท่านพี่หลี่เทียน ท่านคงจะไม่สงสัยในตัวข้ากระมัง ? ข้าจะไปรู้จักคนสำนักจินติ่งได้อย่างไร ? อาจเป็นเพราะซีเอ๋อร์งดงามกว่าข้า งดงามกว่าพี่หรูเหยียนก็ได้ อีกอย่าง สำนักจินติ่งแกร่งกล้ายิ่งนัก นายน้อยอวิ๋นคงจะชอบซีเอ๋อร์กระมัง”
ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าวเสียงเย็น “อวิ๋นเอ๋อร์ หากเจ้ามีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้จริง ๆ ข้าคงจะผิดหวังใ