ค่อยคุ้นหน้าพวกเขาเท่าไหร่นัก
เมื่อรองอาจารย์ใหญ่เห็นว่ามู่เฉียนซีมา รีบรุดเข้าไปทักทายด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“มู่เฉียนซีมาแล้วหรือ ?” จากนั้นก็มองไปที่เยวี่ยเจ๋อผู้หล่อเหลา จวินโม่ซีผู้รูปงามและมีท่าทางนิ่งสงบราวเทพแห่งความสงบสุข อีกทั้งยังมีท่านอาจารย์เผิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นจื่อเยี่ย เมื่อมองมาถึงตรงนี้ รองอาจารย์ใหญ่ผงะไปครู่หนึ่ง
“มู่เฉียนซี นี่…”
มู่เฉียนซีรีบบอก “อ้อ พอดีพวกเขาจะไปทำธุระที่แคว้นชิง เราจึงมาด้วยกัน”
ซวนหยวนหลี่เทียนขมวดคิ้ว กล่าวขึ้น “มู่เฉียนซี การที่พวกเราไปเข้าร่วมการแข่งขันที่แคว้นชิงครานี้ก็เพื่อนำเกียรติยศกลับมาซึ่งแคว้นจื่อเยี่ยของพวกเรา เจ้าช่วยให้ความสำคัญหน่อยได้หรือไม่ ?”
มู่หรูอวิ๋นกล่าวปลอบใจ “ท่านพี่หลี่เทียน ในฐานะที่ซีเอ๋อร์เป็นผู้นำตระกูลมู่ นางก็ต้องมีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ”
“มีเรื่องอันใดสำคัญไปกว่าเกียรติยศของแคว้นจื่อเยี่ยอีกรึ ? มู่เฉียนซีช่างไม่รู้จักเรียงลำดับความสำคัญเอาเสียเลย” ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าวค่อนแคะ ใบหน้าแสดงความไม่พอใจเต็มสิบส่วน
มู่เฉียนซีกล่าวโต้ “ในเมื่อมีคนไม่ต้อนรับพวกเรา เช่นนั้นต่างคนก็ต่างไปเถอะ ท่านรองอาจารย์ใหญ่ ไว้เจอกันที่แคว้นชิงทีเดียวเลยก็แล้วกัน”
รองอาจารย์ใหญ่กล่าว “นักเรียนมู่เฉียนซี อย่าเลย… ในเมื่อเราเป็นกลุ่มเดียวกันก็ไปด้วยกันเถอะ ส่วนคนอื่น ๆ อยากจะร่วมทางด้วยก็ไม่เห็นเป็นไรไป เดินทางไปด้วยกันหลายค