นเช่นนี้จะได้ครึกครื้น”
มู่หรูเหยียนก้าวไปข้างหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ใช่ ซีเอ๋อร์ไปด้วยกันเถอะ มีคนร่วมทางไปเยอะ ๆ เช่นนี้ก็ดีเหมือนกันนะ”
ดวงตาที่ดูสดใสและอ่อนโยนคู่นั้นของนาง ราวกับว่าคิดถึงมู่เฉียนซีอย่างจริงใจ
ซวนหยวนหลี่เทียนเบะปาก แต่ก็ทำทีเป็นกล่าวมีเหตุมีผล “ในเมื่อพวกเราเป็นตัวแทนของสำนักศึกษาแคว้นจื่อเยี่ย แน่นอนว่าเราต้องไปด้วยกัน แต่พวกเจ้าก็อย่าทำให้การเดินทางของพวกเราล่าช้าจนไปเข้าร่วมการแข่งขันไม่ทันเอาเสียล่ะ ประเดี๋ยวจะพาให้แคว้นจื่อเยี่ยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นไม่ได้เปล่งเสียงแต่อย่างใด เขาปิดปากเงียบโดยตลอด สุดท้ายมู่เฉียนซีเดินทางไปแคว้นชิงพร้อมกับพวกเขา
เมื่อเดินทางมาได้ครู่ใหญ่… ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงเขตชายแดนแคว้นชิง จากนั้นได้หยุดพักกันครู่หนึ่ง
เยวี่ยเจ๋อกล่าว “พี่ใหญ่ เดินทางมาเหนื่อยแล้ว กินอะไรสักหน่อยเถอะ”
จวินโม่ซี “นี่มู่เฉียนซี อาหารแห้งที่นำมาพวกนี้ไม่อร่อยเท่าฝีมือที่เจ้าทำเลย ให้ตายเถอะ!”
ซวนหยวนหลี่เทียนได้ยินเช่นนี้ หันไปมองมู่เฉียนซีที่มีบุรุษทั้งสองใกล้ชิดสนิทสนม ทันใดนั้นกลิ่นอายอันตรายพลันแผ่ มันเผยให้เห็นผ่านสายตาของเขา จากนั้นเขาลุกเดินไปตรงหน้ามู่เฉียนซี กล่าวขึ้น “มู่เฉียนซี ตอนนี้เราก็เข้ามาในเขตแคว้นชิงแล้ว ทางที่ดีเจ้าควรระวังคำพูดและการกระทำของเจ้าด้วย อย่าลืมว่าตอนนี้เจ้าเป็นว่าที่พระชายาของจิ่วเยี