่ย”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวถามน้ำเสียงยั่วยุ “หือ ? คำพูดและการกระทำของข้ามันเป็นเช่นไรรึ ?”
“เจ้าควรอยู่ห่าง ๆ บุรุษเอาไว้สักหน่อยจะเป็นการดีกว่า โดยเฉพาะบุรุษเยี่ยงสองคนนี้” ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าว ไฟโกรธปะทุในดวงตา เขาชี้นิ้วไปที่จวินโม่ซีและเยวี่ยเจ๋ออย่างเอาเรื่อง
มู่เฉียนซีค่อนแคะ “ท่านนี่ยุ่งเรื่องผู้อื่นจริง ๆ เหอะ! ไม่ต้องมาทำหน้าตาสงสัยใคร่รู้เลย ท่านอยากรู้ว่าเพราะอะไรข้าถึงต่อว่าว่าท่านยุ่งรึ ? ประการแรก ข้าเป็นว่าที่พระชายาของจิ่วเยี่ยจริง ใช่! แต่ต่อให้ท่านเป็นพี่น้องกับจิ่วเยี่ย ก็ไม่ได้หมายความว่านี่จะเกี่ยวอะไรกับท่าน ขนาดอวิ๋นอ๋องยังไม่เอ่ยปากว่าอะไรข้าสักคำ แล้วท่านจะเดือดร้อนไปเพื่ออะไร ?”
จวินโม่ซีกลั้นขำ เขากล่าว “มู่เฉียนซี นี่เจ้ามองเขาไม่ออกเลยเชียวรึ ?! เขาไม่ได้โกรธแทนพี่น้องของเขาหรอก อาการเช่นนี้หึงหวงเจ้าชัด ๆ หากมิใช่เป็นเพราะเจ้าทิ้งเขา เขาก็คงไม่มองพวกเราด้วยสายตาเช่นนี้หรอก”
ทันทีที่จวินโม่ซีกล่าวจบ ซวนหยวนหลี่เทียนโกรธจนควันออกหู
คนอื่น ๆ ในเวลานี้มิกล้าเปล่งเสียงพูด เนื่องจากเรื่องการยกเลิกงานแต่งของหลี่อ๋องนั้นเป็นเรื่องที่คนทั่วทั้งจื่อตูนินทากันอย่างหนาหู นับตั้งแต่นั้นมา ไม่มีเคยมีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าหลี่อ๋องอีกเลย ทว่าบุรุษผู้งดงามราวรูปปั้นผู้นี้กลับกล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าหลี่อ๋องอย่างหน้าตาเฉย
จวินโม่ซีไม่สนใจไอสังหารขอ